หมอผ่าตัดมะเร็งมดลูก และตัดสายปัสสาวะ ทั้งที่ไม่ได้เป็นมะเร็ง
ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานป่วยเป็นโรคท่อน้ำเหลืองอุดตันขาบวมโต
แต่ไม่ยอมแพ้สู้ชีวิต ด้วยการร้อยพวงมาลัยขายเลี้ยงชีพและครอบครัวอีก 4
ชีวิต ผู้ว่าฯประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เตรียมส่งตัวเข้ารักษากับแพทย์เฉพาะทาง ที่ กรุงเทพฯ
วันนี้ (12 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 25
บ้านเพียนามเหนือ หมู่ที่ 9 ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายระพี
ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายสมนึก สุชัยยะ
ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ นางยุพยง สุชัยยะ กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ
และ นพ.อุดม เพชรภูวดี รอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ
ได้นำคณะเจ้าหน้าที่จากส่วนต่างๆ เดินทางไปเยี่ยม นางวันดี พันธเสน อายุ
46 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคต่อมน้ำเหลืองอุดตัน ทำให้ขาทั้งสองข้างบวมใหญ่
มีอาการปวดและเดินไม่สะดวก
แต่ดิ้นรนสู้ชีวิตหาเลี้ยงชีพและครอบครัวด้วยการร้อยพวงมาลัยขาย
นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ
ได้พูดคุยสอบถามอาการและความเป็นอยู่ของ นางวันดี
พร้อมสั่งการให้กับคณะแพทย์ เหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ,
พัฒนาสังคมจังหวัดศรีสะเกษ และ อบต.หนองไผ่ ได้เข้ามาดูแลครอบครัวของ
นางวันดี ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมได้มอบเงินจำนวนหนึ่ง
และเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือนางวันดี ในเบื้องต้นด้วย
นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ กล่าวว่า
จากการสอบถามอาการป่วยของ นางวันดี จากแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ
เบื้องต้นทางโรงพยาบาลศรีสะเกษมีความเห็นว่านางวันดีต้องได้รับการรักษาจาก
แพทย์เฉพาะทาง ซึ่งต้องเดินทางไปทำการรักษาที่กรุงเทพฯ
โดยมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดศรีสะเกษดำเนินการเรื่องดังกล่าว
ซึ่งโรงพยาบาลศรีสะเกษจะได้ประสานงานไปยังโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ
เพื่อให้การช่วยเหลือแล้ว ขึ้นอยู่กับว่า นางวันดี
พร้อมจะเดินทางไปเมื่อใด ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆ
ทางจังหวัดศรีสะเกษจะเป็นผู้ดูแลให้
สำหรับอาการป่วยของ นางวันดี เมื่อปี 2546
ถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก
แพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษได้ส่งตัวไปทำการผ่าตัดรักษาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิ
ประสงค์ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2546
แต่หลังผ่าตัดเสร็จกลับพบว่าไม่ได้เป็นมะเร็ง
และขณะผ่าตัดแพทย์ได้ตัดสายปัสสาวะออกพร้อมกับใส่สายปัสสาวะให้ใหม่
และกลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านประมาณ 5 เดือนจึงได้ถอดสายปัสสาวะออก
หลังจากนั้นขาข้างขวาก็เริ่มบวมขึ้นเรื่อยๆ
แพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษจึงได้ส่งตัวไปรักษาที่ จ.ขอนแก่น ประมาณ 2 ครั้ง
แต่อาการไม่ดีขึ้นและมีปัญหาเรื่องเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ต่อมาแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ บอกว่า
จะส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ อีก แต่ นางวันดี
ไม่มีเงินค่าเดินทางจึงไม่ได้ไปรักษา
และปัจจุบันต้องร้อยพวงมาลัยขายเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพและเลี้ยงครอบครัวอีก
4 ชีวิต ประกอบด้วย แม่อายุกว่า 80 ปี
ลูกสาวกำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นประถมศึกษา ลูกชายไม่มีงานทำ
ส่วนสามีมีอาชีพเป็นช่างก่อสร้าง
แต่ได้ประสบอุบัติเหตุรถล้มจนเป็นโรคทางระบบประสาท
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น