ผู้ว่าฯศรีสะเกษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัดฝุ่นเดินหน้าก่อสร้าง
"อ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง" กว่า 300 ล้าน
ตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดนด้านไทย-กัมพูชา
เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนตามเส้นทางรุกสำคัญ และพื้นที่ล่อแหลม
รวมทั้งสร้างประโยชน์ด้านเกษตรและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน
ปชช.ในพื้นที่ เผย
ตั้งคณะทำงานผู้ว่าฯนั่งประธานขับเคลื่อนโครงการให้สำเร็จ
หลังถูกคัดค้านจากหลายฝ่ายมานานกว่า 10 ปี
วันนี้ (4 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่ห้องประชุมยุทธศาสตร์จังหวัด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง
จ.ศรีสะเกษ พล.ต.ธวัชชัย สมุทรสาคร รองแม่ทัพภาคที่ 2 (รอง
มภท.2)พร้อมด้วย พล.ต.ชวลิต ชุนประสาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี
(ผบ.กกล.สุรนารี) และคณะ ได้เข้าประชุมร่วมกับทางจังหวัดศรีสะเกษ นำโดย
นายรพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
ในการดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์
จ.ศรีสะเกษ
โดยโครงการดังกล่าวทางกองกำลังสุรนารี
ได้เสนอโครงการตามแผนแม่บทการจัดระบบป้องกันพื้นที่ชายแดนในเขตภาคอีสานตอน
ล่าง เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในบริเวณเชิงเขาพนมดงรัก ตามมติคณะรัฐมนตรี
(ครม.) 2 เม.ย.2540 และได้ทำการสำรวจออกแบบแล้วเสร็จเมื่อปี 2540
ลักษณะเป็นเขื่อนดินสูง 24 เมตร สันเขื่อนยาว 618 เมตร ความจุน้ำ 40
ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 20,000 ไร่
ใช้งบประมาณก่อสร้าง 309 ล้านบาท กำหนดสิ้นสุดแผนงานในปี 2553
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุงที่ผ่านมา
กองทัพภาคที่ 2 และ กรมชลประทาน ได้ทบทวนความเห็นเมื่อปี 2534 และ ปี
2535 กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้กรมชลประทาน
เข้าไปใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (เขาพระวิหาร) จำนวน 2,050 ไร่
อีก 1535 ไร่ เป็นพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก
ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใช้พื้นที่
และต้องสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ตามเงื่อนไขของการขอใช้พื้นที่
ของ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงได้ชะลอโครงการไว้
ใน ปี 2544, ปี 2547 และ ปี 2550
ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่โครงการรวม 3 ครั้ง
แต่ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้าง และทางองค์กรบริหารส่วนตำบล (อบต.)
ละลาย มีมติไม่เห็นชอบต่อโครงการดังกล่าว
ทางกรมอุทยานจึงไม่อนุญาตให้เข้าไปใช้พื้นที่ในการดำเนินโครงการได้
ต่อมาวันที่ 10 ก.ค.2551 ที่ผ่านมา
กองกำลังสุรนารีได้เข้าร่วมประชุมกับทาง จ.ศรีสะเกษ
โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติให้ทำการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุงดัง
กล่าวได้ แต่ติดปัญหาหลายด้านโดยเฉพาะทางกรมอุทยานแห่งชาติ
ยังไม่อนุญาตให้กรมชลประทานเข้าทำการศึกษาและใช้ประโยชน์ และ
อบต.ละลายมีมติไม่เห็นด้วย
รวมทั้งยังไม่ได้ข้อสรุปในการจัดสรรที่ดินทำกิน และเงินชดเชย
ให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบ จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้
พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร รองแม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า
จากปัญหาข้างต้นทำให้โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง
ไม่สามารถดำเนินการได้และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ประชุมวันนี้จึง
ได้มีมติให้จัดตั้งชุดคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด
ในการศึกษาความเป็นไปได้รวมทั้งผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
เพื่อขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้ได้ผลสำเร็จ โดยมอบหมายให้ นายรพี
ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เป็นประธานคณะทำงาน
สำหรับห้วยขะยุงเป็นช่องทางชายแดนไทย-กัมพูชา
มีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าเขาสูง สลับซับซ้อน
เป็นพื้นที่สูงเกื้อกูลต่อกำลังไม่ทราบฝ่ายและขบวนการกระทำผิดกฎหมาย
ซึ่งหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสามารถยึดพื้นที่ดังกล่าวไว้ได้จะได้เปรียบทางการ
ทหารอย่างยิ่ง
ดังนั้น จากปัญหาดังกล่าวนี้ทางกองกำลังสุรนารี
จึงได้เห็นความสำคัญของการก่อสร้างสิ่งกีดขวางตามแนวทางการรุกดังกล่าว
จึงได้เสนอโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง ขึ้นมา
"ทั้ง นี้
เพื่อพัฒนาเสริมสร้างความมั่นคงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
รวมทั้งจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนด้วยการนำกำลังทหารเข้าประจำตามเส้นทางรุก
จุดสำคัญ และพื้นที่ล่อแหลม
ให้สอดคล้องกับระบบการต่อสู้เบ็ดเสร็จเพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและ
ทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดน" พล.ท.ธวัชชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า
มีชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าวซึ่งมีแผนในการช่วย
เหลือชดเชยที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้ราษฎร
ที่เดือดร้อนจากโครงการอย่างเหมาะสมและเป็นที่พอใจของชาวบ้านเพื่อให้เกิดผล
กระทบในพื้นที่น้อยที่สุด
ส่วนเรื่องการสูญเสียพื้นที่ป่านั้นต้องมีบ้างเป็นธรรมดา
เพราะอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุงมีความจุ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร
แต่ในอนาคตหากอ่างเก็บน้ำสามารถสร้างความชุ่มชื้นขึ้นมาแล้ว เชื่อว่า
ป่าไม้จะกลับมาอุดมสมบูรณ์อย่างแน่นอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น