วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ชาวศรีสะเกษร่วมค้านมรดกโลก"ปราสาทวิหาร" ชี้จดไปก็ไม่เกิดสันติสุข

ศรีสะเกษ - ชาวศรีสะเกษหนุนรัฐบาลยื่น"ยูเนสโก"
คัดค้านขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
ชี้เหตุการณ์เขาพระวิหารไม่สงบไม่สามารถเป็นมรดกโลกได้และไม่เกิดประโยชน์
ต่อทั้ง 2 ชาติ ระบุมรดกโลกไม่ได้ทำให้เกิดสันติสุขบริเวณเขาพระวิหารแต่อย่างใด
หากยกเลิกจะเป็นแนวทางให้ 2 ประเทศ
หันหน้าแก้ปัญหาปักปันเขตแดนให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์ร่วมกัน

วันนี้ (19 มิ.ย.) ที่โรงเรียนแสนสาวิทยา ต.หนองหญ้าลาด
อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายคณิต แสนสา อายุ 78 ปี
เจ้าของโรงเรียนแสนสาวิทยา
ผู้เขียนหนังสือตำนานการก่อสร้างปราสาทพระวิหาร
บนเขาพระวิหารชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวถึง
กรณีที่รัฐบาลไทยจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก
ให้ทบทวนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ว่า
เรื่องนี้เห็นว่ารัฐบาลน่าจะดำเนินการมาตั้งนานแล้ว
นับตั้งแต่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ
ยูเนสโก มีมติให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตามข้อเสนอของประเทศกัมพูชา

ทั้งนี้ เนื่องจากในความเป็นจริงการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร
ยังคงไม่สามารถกระทำได้เพราะขณะนี้สถานการณ์รอบบริเวณเขาพระวิหารยังไม่มี
ความสงบ โดยยังคงมีการตรึงกำลังของทั้ง 2
ฝ่ายระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาอยู่เป็นจำนวนมาก
ที่สำคัญการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกที่ผ่านมาไม่ได้เกิด
ประโยชน์ต่อทั้ง 2 ชาติ และไม่ได้ส่งผลดีในด้านต่าง ๆ แต่อย่างใด
อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจน
ทำให้ไม่สามารถกำหนดขอบเขต
ในการพัฒนาโดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำการปักเขตแดนจำนวนกว่า 2,500
ไร่ได้

"การขอให้มีการทบทวนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของ
รัฐบาลไทย จึงนับว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้
และชาวศรีสะเกษขอสนับสนุนให้รัฐบาลทวงคืนปราสาทพระวิหารให้กลับมาเป็นของชาว
ไทยต่อไปด้วย" นายคณิตกล่าว

ด้านนายทิวา รุ้งแก้ว
ประธานคณะกรรมการประสานงานเพื่อพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า
เห็นด้วยกับรัฐบาลที่มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ให้ยื่นคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
ทั้งนี้เนื่องจากองค์การยูเนสโกต้องยอมรับความจริงว่าการขึ้นทะเบียนปราสาท
พระวิหารเป็นมรดกโลกที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้เกิดสันติสุขบริเวณเขาพระวิหารแต่
อย่างใด

ในทางกลับกัน ฝ่ายกัมพูชามีการเสริมกำลังทหารเข้ามาที่บริเวณเนิน
600 และรอบบริเวณเขาพระวิหารอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ฝ่ายไทยไม่มีการเสริมกำลังทหารแต่อย่างใดเพราะหากต่างฝ่ายต่างเสริม
กำลังก็จะทำให้เกิดความตรึงเครียดรอบบริเวณเขาพระวิหารชายแดนไทย-กัมพูชา
มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

"หากยกเลิกการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้
อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมให้ทั้ง 2 ชาติ
ต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อจะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการปักปัน
เขตแดนให้ชัดเจนและเกิดประโยชน์ต่อทั้ง 2 ชาติต่อไป" นายทิวา กล่าว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000069384

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น