วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

"ช่องสะงำ" วังเวง เขมรเร่งตุนอาหารน้ำมัน - บริษัทไทยขนเครื่องจักรกลับ/บ่อนหยุดก่อสร้าง

สุรินทร์/ศรีสะเกษ - ชายแดน "เขาวิหาร" ยังคงตึงเครียดทางทหารต่อเนื่อง
ทำด่านช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ ศรีสะเกษ ตกอยู่ในสภาพวังเวง
พบพ่อค้ากัมพูชาเร่งซื้อสินค้ากักตุนจากฝั่งไทย ทั้งอาหาร
เครื่องอุปโภคบริโภคและน้ำมันเชื้อเพลิงขนกลับประเทศอย่างรีบร้อน
ส่วนผู้รับเหมาก่อสร้างถนนชาวไทยนำเครื่องจักรกลกลับประเทศ
ขณะบ่อนกาสิโนชายแดนเพิ่งเริ่มก่อสร้างต้องหยุดโดยสิ้นเชิงทหารเขมรเข้ายึด
เป็นที่ตั้งจุดตรวจการณ์ประจันหน้าทหารไทย

วันที่ (29 มิ.ย.)
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาจากการ
ตรึงกำลังระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา โดยเฉพาะด้านเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์
จ.ศรีสะเกษ อยู่ในขณะนี้ได้ส่งผลให้ที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องสะงำ
ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นด่านผ่านแดนลงไปสู่ อ.อัลลองเวง
จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ตกอยู่ในสภาพเงียบเหงา
การเดินทางผ่านแดนเข้า-ออกของชาวไทยและกัมพูชามีจำนวนน้อยมาก

ขณะที่เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของกัมพูชามีการตรวจตราชาวไทย
ที่เดินทางเข้าไปยังตลาดชายแดนตรงข้ามด่านผ่านแดนถาวรช่องสะงำ
เข้มงวดมากขึ้น เพราะเกรงว่าจะมีชาวไทยลักลอบเข้าไปสืบหาข่าว
ความเคลื่อนไหวทางการทหารในฝั่งประเทศกัมพูชา

นอกจากนั้นเป็นที่สังเกตว่า
พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนชาวกัมพูชาได้ตื่นตัวพากันซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
และน้ำมันเชื้อเพลิงไปกักตุนกันมากกว่าปกติ เช่นเมื่อวาน (28 มิ.ย.)
มาซึ่งเป็นวัดเปิดตลาดนัดชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องสะงำ
พบว่ามีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนชาวกัมพูชาจาก อ.อัลลองเวง กว่า 200
คนทะลักเข้ามาซื้อสินค้า อาหารสด
เครื่องอุปโภคบริโภคเป็นจำนวนมากและขนกลับเข้าไปฝั่งประเทศกัมพูชาอย่างรีบ
เร่ง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
แล้วทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาพเงียบเหงาเช่นเดิม

โดยน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ได้มีรถบรรทุกน้ำมันดีเซล และเบนซิน
ขนาดความจุ 40,000 ลิตร เดินทางเข้าไปส่งน้ำมันให้แก่พ่อค้า
ชาวกัมพูชาที่ฝั่งกัมพูชาบริเวณชายแดนติดกับฝั่งไทย
และมีรถบรรทุกน้ำมันขนาดเล็กจากพื้นที่ต่างๆ ในเขต จ.เสียมราฐ
ได้มารับซื้อน้ำมันที่นำเข้าจากประเทศไทยดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับประชาชนชาวกัมพูชาทั่วไปและกักตุนสำรองไว้หาก
เกิดเหตุการณ์ปะทะกันขึ้นระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาจากความขัดแย้งกรณี
ปราสาทพระวิหาร แม้ด่านผ่านแดนถาวรช่องสะงำจะอยู่ห่างจากเขาพระวิหาร กว่า
10 กิโลเมตรก็ตาม

ชาวกัมพูชารายหนึ่งบอกกับผู้สื่อข่าวว่า
ช่วงนี้ต้องเร่งซื้อน้ำมันไปกักตุนไว้
เพราะจำเป็นต้องใช้น้ำมันเติมรถยนต์สำหรับการเดินทางและบรรทุกสินค้าไปขาย
ตามหมู่บ้านต่างๆ ทุกวัน
ซึ่งไม่มีใครทราบได้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นหรือจะมีการปะทะกันขึ้น
เมื่อใด แต่สำหรับประชาชนกัมพูชาแล้วไม่อยากให้มีการสู้รบกัน
เพราะจะทำให้ประชาชนพ่อค้าโดยเฉพาะผู้มีถิ่นอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนเดือดร้อน
และลำบากมาก เนื่องจากต้องพึ่งพาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคทุกอย่างจากฝั่งไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า
ในส่วนของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างถนนชาวไทยที่เดินทางเข้ารับเหมาก่อสร้าง
ถนน ใน จ.เสียมราฐ กัมพูชา ก็ได้เริ่มเคลื่อนย้ายเครื่องจักรกล
อุปกรณ์เครื่องมือการก่อสร้าง
เดินทางผ่านด่านผ่านแดนถาวรช่องสะงำกลับเข้ามาในฝั่งไทยเช่นกัน และบอกว่า
อยู่ในพื้นที่ฝั่งประเทศกัมพูชาไม่ได้เพราะถูกทหารกัมพูชารบกวนกดดันตลอด
เวลา ต้องรีบขนเครื่องจักร และ
รถแบ็คโฮกลับเข้ามาในฝั่งไทยเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

สำหรับถนนลาดยางหมายเลข 67 ที่เชื่อมบริเวณด่านผ่านแดนช่องสะงำ
ฝั่งไทยไปยังฝั่งกัมพูชา ผ่าน อ.อัลลองเวง เข้าไปยัง จ.เสียมราฐ
นั้นในช่วงเริ่มต้นของถนนที่อยู่ในฝั่งไทยยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้
เนื่องจากพบมีบ่อนกาสิโนของกัมพูชาเข้าก่อสร้างอยู่บริเวณริมถนนดังกล่าวบน
พื้นที่ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดน และกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2
ได้ทำหนังสือประท้วงรัฐบาลกัมพูชาผ่านกระทรวงการต่างประเทศทำให้บ่อนกาสิโน
ต้องหยุดก่อสร้าง
และต้องปิดตายถนนลาดยางดังกล่าวแล้วหันมาใช้ถนนลูกรังจากฝั่งไทยลงไปยัง
อ.อัลลองเวง จ.เสียมราฐ แทน

ประกอบกับเหตุการณ์ตึงเครียดตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
ในขณะนี้ส่งผลให้กาสิโนชายแดนช่องสะงำ
ของกัมพูชาดังกล่าวต้องหยุดก่อสร้างไปโดยสิ้นเชิง
ซึ่งฝ่ายทหารกัมพูชาได้ส่งกำลังทหารมาตั้งจุดตรวจการณ์หน้า ที่บริเวณ
สถานที่ก่อสร้างบ่อนกาสิโนดังกล่าว
ห่างจากฐานทหารไทยที่ฐานปฏิบัติการช่องดาระกา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ เพียง
70 เมตร

ส่วนสถานการณ์ตึงกำลังทหารระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชา
บริเวณชายแดนเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ล่าสุด วันนี้ (29
มิ.ย.) ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
โดยทางทหารกัมพูชายังคงตรึงกำลังทหารและอาวุธหนักบริเวณด้านใต้ปราสาทพระ
วิหาร เป็นจำนวนมาก ขณะที่พล.ต.ชวลิต ชุนประสาน
ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี (ผบ.กกล.สุรนารี)
ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงเรียนบ้านแซร์ไปร์ ต.ไพรพัฒนา
อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจทหาร
และตรวจสอบความพร้อมในการวางแผนปฏิบัติการรักษาอธิปไตยของไทยให้มีความพร้อม
ในทุกด้าน


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000073312

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ระดมทหารอดีตเขมรแดงตรึงชายแดน "เขาวิหาร" - ชาวบ้านไทยพร้อมอพยพหากเกิดสู้รบ

ศรีสะเกษ - กัมพูชาระดมอาวุธหนักปืนใหญ่-เครื่องยิงระเบิดอาร์พีจี
พร้อมกำลังพลส่วนใหญ่เป็นอดีตทหารเขมรแดงตรึงรอบเขาพระวิหาร
ชี้มีความชำนาญด้านภูมิประเทศสูงหวังผลหากปะทะทหารไทยได้เปรียบในการรบ
มากกว่า ขณะชาวบ้านภูมิซรอลพร้อมอพยพได้ตลอดเวลาหากเกิดการสู้รบ

วันนี้ (26 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
สถานการณ์การตรึงกำลังระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาที่บริเวณเขาพระวิหาร
ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ล่าสุดขณะนี้
ทหารกัมพูชาได้มีการเสริมกำลังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องพร้อมทั้งนำอาวุธหนัก
ทั้งปืนใหญ่และเครื่องยิงระเบิดอาร์พีจี
ไปตรึงกำลังตลอดแนวโดยรอบเขาพระวิหาร
ซึ่งทหารกัมพูชาส่วนมากเป็นอดีตทหารเขมรแดงที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรบใน
เขตชายแดนด้านเขาพระวิหาร

ทั้งนี้ เนื่องจากในอดีตบริเวณเขาพระวิหารเป็นเขตพื้นที่ยึดครองของเขมรแดงมาก่อน
ซึ่งมีฐานที่มั่นสุดท้ายอยู่ที่ อ.อันลองเวง จ.อุดรมีชัย กัมพูชา
ไม่ห่างจากเขาพระวิหาร
และทหารเขมรแดงเหล่านี้ได้เข้าร่วมกับฝ่ายรัฐบาลกัมพูชาหลังจากที่
นายพลตา ม็อก อดีตผู้นำเขมรแดง ได้หมดอำนาจลง

นายทหารกัมพูชานายหนึ่งเปิดเผยว่า
การที่ฝ่ายกัมพูชานำทหารเขมรแดงมาร่วมตรึงกำลังที่บริเวณเขาพระวิหารในครั้ง
นี้เนื่องจากทหารเขมรแดงมีความชำนาญภูมิประเทศและเชี่ยวชาญการรบในพื้นที่
เขาพระวิหารสูงมาก
มั่นใจว่าหากเกิดการปะทะกันขึ้นทางฝ่ายกัมพูชาจะได้เปรียบในการรบมากกว่า

อย่างไรก็ตาม
พวกเราทหารกัมพูชาเองไม่อยากให้มีการรบกันเกิดขึ้นเพราะจะทำให้เกิดการสูญ
เสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของทั้ง 2 ฝ่าย

ผู้ สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันที่บ้านภูมิซรอล
ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
ชาวบ้านติดชายแดนเขาพระวิหารแห่งนี้ยังคงดำเนินชีวิตตามปกติไม่ได้มีความ
ตื่นตระหนกหวาดกลัวกับสถานการณ์ตึงเครียดจากการตรึงกำลังระหว่างทหารไทยกับ
กัมพูชาแต่อย่างใด

นายบุญมี บัวต้น นายกองค์การบริหารส่วน (อบต.) เสาธงชัย กล่าวว่า
พวกเราไม่รู้สึกหวาดกลัวว่าจะมีการสู้รบกันขึ้นมา
เนื่องจากเชื่อมั่นว่าทหารไทยสามารถที่จะควบคุมสถานการณ์แลรักษาความปลอดภัย
ได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ขณะนี้ทาง
อบต.เสาธงชัยได้ร่วมกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนในการอพยพ
ประชาชน รวมทั้งจัดเตรียมหลุมหลบภัยต่างๆ ในหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว

เขาวิหารตึงเครียดหนัก! เขมรลากปืนใหญ่-รถถังเสริมกำลังตลอดแนวชายแดนศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ - เขมรลากปืนใหญ่และรถถังเสริมกำลังเขาพระวิหาร
พร้อมขนทหารตรึงตลอดแนวชายแดน จ.ศรีสะเกษ
ขณะบริเวณเด่านผ่านแดนถาวรช่องสะงำ
ประชาชนชาวกัมพูชาแห่มาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคคึกคัก ด้านประธาน "คปศ."
เสนอรัฐไทยผลักดันชาวเขมรพร้อมทหารออกไปจากเชิงเขาพระวิหาร
ก่อนเจรจาสันติภาพและปักปันเขตแดนต่อไป

วันนี้ (25 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์
จ.ศรีสะเกษ ซึ่งวันนี้เป็นวันกำหนดเปิดให้มีตลาดนัดชายแดนไทย-กัมพูชา
ที่บริเวณตลาดไทยตั้งอยู่ฝั่งเขตแดนไทยใกล้กับด่านช่องสะงำ
ปรากฏว่าได้มีประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาพากันเข้ามาซื้อสินค้าจากพ่อ
ค้าแม่ชาวไทยอย่างคึกคักเช่นเดิม
โดยส่วนใหญ่แล้วชาวกัมพูชาจะซื้อสินค้าจำพวกเครื่องอุปโภคบริโภคไปขายและ
เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้าที่อาศัยอยู่ที่บริเวณด่านถาวรช่องสะงำ
ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า ในช่วงเวลากลางคืน 2-3 วันที่ผ่านมา
ทหารกัมพูชาได้ใช้รถบรรทุก6 ล้อประมาณ 10 คัน ลากปืนใหญ่จำนวนประมาณ 10
กระบอก พร้อมด้วยรถถัง ประมาณ 6 คัน มุ่งหน้าไปยังบริเวณเขาพระวิหาร
ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
โดยอาศัยความมืดในการขนย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก
คาดว่าเป็นการนำไปตรึงกำลังที่บริเวณเขาพระวิหาร
และตามพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้าน จ.ศรีสะเกษ

นอกจากนี้ ในช่วงเวลากลางวันยังมีรถบรรทุก 6 ล้อ
บรรทุกทหารกัมพูชาจำนวนมากเข้ามาตรึงกำลังตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
โดยทหารกัมพูชาเหล่านี้แต่งกายด้วยเครื่องแบบและอาวุธปืนอาก้าสภาพใหม่
เอี่ยม ซึ่งขณะนี้ทหารกัมพูชาส่วนหนึ่งพากันตั้งเต็นท์พักอยู่ที่บริเวณเส้นทางไป
ยังหน้าผาตาม็อก ห่างจากช่องสะงำชายแดนไทยไปทางด้านด้านทิศตะวันออกประมาณ
2 กิโลเมตรเท่านั้น
ส่วนทหารไทยที่บริเวณเขาพระวิหารยังคงตรึงกำลังทหารเช่นเดิม

นายทิวา รุ้งแก้ว
ประธานคณะกรรมการประสานงานเพื่อพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ (คปศ.) กล่าวว่า
เห็น ด้วยที่รัฐบาลไทยจะเสนอให้องค์การยูเนสโก้ทบทวนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระ
วิหารเป็นมรดกโลก
ซึ่งชาวไทยทุกคนเคารพในคำพิพากษาของศาลโลกที่ตัดสินให้กัมพูชามีอธิปไตย
เหนือปราสาทพระวิหาร
แต่ไม่ใช่เขาพระวิหารทั้งลูกรวมทั้งเขตพื้นที่ที่ยังไม่ได้ปักปันเขตแดน
4.6 ตารางกิโลเมตรด้วย


ตนขอเสนอไปยังรัฐบาลไทยว่า
หากจะมีการเจรจาสันติภาพบริเวณเขาพระวิหาร
รัฐบาลไทยต้องยื่นข้อเสนอให้ทางกัมพูชาเคลื่อนย้ายประชาชนชาวกัมพูชา
รวมทั้งกำลังทหารออกไปจากบริเวณเชิงเขาพระวิหารที่ยังไม่ได้มีการปักปันเขต
แดนเสียก่อน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในการที่จะแสวงหาสันติภาพร่วมกันกับฝ่ายไทย
เนื่องจากศาลโลกตัดสินให้กัมพูชามีอธิปไตยเพียงเหนือตัวปราสาทพระวิหารเท่า
นั้นไม่ใช่เขาพระวิหารทั้งลูก
และการที่ชาวกัมพูชาเข้ามาอยู่ในเขตพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำการปักปันเขตแดน
ซึ่งถือเป็นเขตแดนไทยอย่างชัดเจน
จึงเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและถือว่ากัมพูชารุกล้ำเข้ามาในเขตไทย

"ดัง นั้น
ต้องให้กัมพูชาถอนกำลังทหารและนำชาวกัมพูชาออกไปจากบริเวณเขาพระวิหารเสีย
ก่อนจึงจะมีการเจรจากันสันติภาพและการปักปันเขตแดนบริเวณเขาพระวิหารต่อไป"
นายรุ่งทิวา กล่าว

สสจ.ศรีสะเกษแนะห้ามเย็บแผลติดเชื้อเสี่ยงโรคหนังเน่า

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น
จาก สถานการณ์โรคหนังเน่าระบาด ที่มีข่าวว่าจังหวัดยโสธรเสียชีวิตแล้ว 5
รายนั้น ล่าสุดที่จังหวัดศรีสะเกษ น.พ.ประวิ อ่ำพันธ์
สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า
ยังไม่พบว่ามีโรคหนังเน่าระบาดในพื้นที่
แต่ที่ผ่านมาเคยเจอคนไข้ที่ติดเชื้อนี้อยู่บ้าง แต่ก็นาน ๆ ครั้ง
ซึ่งไม่แน่ใจว่าทำไมที่จังหวัดยโสธรจึงมีผู้ป่วยโรคนี้จำนวนมาก
สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า โรคหนังเน่าพบได้ทั่วไป
เป็นอาการของการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ที่ไม่ทำความสะอาดบาดแผล
ทำให้เชื้อเข้าไปเกิดอาการอักเสบ
เชื้อแบคทีเรียจะเข้าไปทำลายเซลล์ทำให้เนื้อหนังตาย
หากตัดชิ้นเนื้อที่ติดเชื้อทิ้งได้ทัน ก็จะสามารถรักษาหายขาดได้
แต่หากรักษาไม่ทันเชื้อนี้จะรุนแรง และอันตรายมาก คล้าย ๆกับโรคบาดทะยัก
แต่เชื้อบาดทะยักเมื่อพิษกระจายทั่วร่างกายจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเกร็ง
แต่สำหรับเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคหนังเน่านี้ หากพิษ
หรือเชื้อกระจายทั่วร่างกายแล้วจะทำให้เนื้อตาย
หากรักษาช้าอาจเสียชีวิตได้ การรักษาหากผู้ป่วยที่เป็นบาดแผล
โดยเฉพาะแผลที่สกปรก และติดเชื้อมา ไม่แนะนำให้เย็บแผลปิดตาย
เพราะเชื้อนี้จะขยายตัวได้ดีในบริเวณที่มีอากาศน้อย หรือไม่มีอากาศ
ดังนั้นควรเปิดแผลและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าแผลจะหายขาด
ส่วนการรณรงค์ป้องกันโรคหนังเน่านี้ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ
จะได้ออกรณรงค์ให้ประชาชน รู้จักป้องกันโรคดังกล่าว ซึ่งทาง
สสจ.ศรีสะเกษมีรายการวิทยุทางคลื่น อสมท. 95.0 เมกกะเฮิร์ท
รายการสาธารณสุขวันนี้ ช่วงบ่ายโมง - บ่ายสองโมง ทุกวันจันทร์
ก็จะได้กระจายข่าวออกไปเพื่อให้ประชาชนได้รู้เท่าทันโรคนี้ก่อนที่จะระบาด
หนักและมีการสูญเสียเกิดขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สสจ.ศรีสะเกษเตือนภัยโรคฤดูฝน 90 วันอันตราย - พบผู้ป่วยไข้เลือดออกแชมป์อีสาน

ศรีสะเกษ - สสจ.ศรีสะเกษ ประกาศเตือนภัยโรคมากับฤดูฝน 90 วันอันตราย
โดยเฉพาะโรคที่สำคัญ ทั้ง ไข้เลือดออก ฉี่หนู ไข้หวัดใหญ่ ไข้มาลาเรีย
อุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด ไข้สมองอักเสบเจอี ตาแดง ปอดอักเสบ
และโรคไข้หวัดนก แนะ ปชช.ดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย
รักษาร่างกายให้อบอุ่น กินอาหารสุกใหม่ ล้างมือก่อนและหลังรับประทาน เผย
สถานการณ์การระบาดโรคไข้เลือดออก จ.ศรีสะเกษ พบผู้ป่วยมากเป็นอันดับ 1
ภาคอีสาน

วันนี้ (23 มิ.ย.) นพ.ประวิ อ่ำพันธุ์
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า
ขณะนี้ได้เข้าสู่ฤดูฝนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในระยะนี้
เป็นสาเหตุทำให้โรคหลายชนิดสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว
โดยโรคที่สำคัญ เช่น โรคไข้เลือดออก โรคฉี่หนู โรคไข้หวัดใหญ่
ไข้มาลาเรีย โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โรคบิด โรคไข้สมองอักเสบเจอี
โรคเยื่อบุตาอักเสบหรือโรคตาแดง โรคปอดอักเสบ และโรคไข้หวัดนก

ทั้งนี้ ระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค.เป็นช่วง 90 วันอันตราย
ที่หน่วยงานสารธารณสุขทุกแห่งใน จ.ศรีสะเกษ
ได้เฝ้าระวังและควบคุมโรคเป็นพิเศษ
เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกกลุ่มวัย
และทางโรงพยาบาลทุกแห่งแพทย์จะทำการคัดกรองผู้ป่วยโดยละเอียด
โดยเฉพาะโรคที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง คือ โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ซึ่งเป็นโรคระบาดใหม่และโรคไข้หวัดนก
ซึ่งหากเกิดขึ้นในฤดูฝนอาจมีการผสมข้ามสายพันธุ์กับเชื้อไข้หวัดใหญ่ในคนที่
อยู่ในช่วงระบาดของฤดูฝนได้

นพ.ประวิ กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังในหน้าฝน
ประกอบด้วย กลุ่มโรคระบบทางเดินอาหาร ที่พบบ่อยคือ
โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ ตับอักเสบ
สาเหตุเกิดจากการกินอาหาร ดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค หรือกินอาหารสุกๆ
ดิบๆ

กลุ่ม โรคติดเชื้อทางบาดแผล หรือเยื่อบุผิวหนัง ได้แก่
โรคเลปโตสไปโรซิส หรือไข้ฉี่หนู มีอาการไข้สูงเฉียบพลันปวดศีรษะ
มักปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่อง และโคนขาอย่างรุนแรง มักมีอาการตาแดงร่วมด้วย
และโรคน้ำกัดเท้า ที่เกิดจากเชื้อราจากการแช่น้ำสกปรกเป็นเวลานานๆ
ผิวหนังมีผื่นแดงคัน บางรายมีน้ำเหลืองออก

กลุ่มโรคระบบทาง เดินหายใจ ที่พบบ่อย ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ โรคหวัด
คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ไข้สมองอักเสบเจอี และโรคมาลาเรีย ทั้ง 3
โรคเริ่มจาก มีไข้สูง ปวดศีรษะมาก คลื่นไส้อาเจียน
โดยเฉพาะโรคไข้สมองอักเสบหากเป็นแล้วอาจทำให้พิการได้
และกลุ่มโรคเยื่อบุตาอักเสบ หรือ โรคตาแดง
เกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา ทำให้ตาอักเสบ
และตาแดงได้

จึงขอเตือนประชาชนทุกคน หากพบว่าตัวเองหรือบุคคลอื่น
มีอาการของโรคเหล่านี้ สังเกตจากอาการติดเชื้อเริ่มต้นจะมีอาการไข้
หากมีไข้สูงให้เช็ดตัว กินยาลดไข้แล้วไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน
ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง
และการกินยาลดไข้ไม่ควรรับประทานยาจำพวกแอสไพรินเด็ดขาดเพราะเป็นอันตรายกับ
บางโรค ได้แก่ โรคไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ และไข้ฉี่หนู
ซึ่งจะทำให้เลือดออกตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกายง่ายขึ้น อาจเสียชีวิตได้

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกใน จ.ศรีสะเกษ
ล่าสุด ตั้งแต่ 1 ม.ค.-21 มิ.ย.2552 พบผู้ป่วยแล้วจำนวน 519 ราย
คิดเป็นอัตราป่วย 36.01 ต่อแสนประชากร เป็น อันดับที่ 1
ของภาคอีสานอยู่ในขณะนี้ และจากการสำรวจความชุกของลูกน้ำยุงลาย พบว่า
ยังมีจำนวนค่อนข้างสูงในแทบทุกพื้นที่ประกอบกับในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนทำให้
มีการแพร่ระบาดมากขึ้น

"ใน ฤดูฝนนี้ประชาชนควรดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย
รักษาร่างกายให้อบอุ่น ดื่มน้ำสะอาด รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ
ไม่มีแมลงวันตอม ล้างมือก่อนและหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง
ถ่ายอุจจาระลงในส้วม ดูแลความสะอาดบ้านเรือน และบริเวณรอบบ้านให้สะอาด
กำจัดขยะมูลฝอย เผาหรือฝังไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายและสัตว์มีพิษ
หากจะลุยน้ำย่ำโคลนควรสวมรองเท้าบูท
และทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังจากที่ลุยน้ำหรือทำนา
หากปฏิบัติตนได้อย่างถูกวิธี ก็ทำให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข
ปลอดภัย ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ" นพ.ประวิ กล่าว

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สสจ.ศรีสะเกษ ประกาศเตือนภัยโรคที่มากับฝน 90 วันอันตราย

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
น. พ. ประวิ อ่ำพันธุ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า
ขณะนี้ย่างเข้าสู่ฤดูฝน จากการเปลี่ยนแปลงของ สภาพอากาศในระยะนี้
เป็นสาเหตุทำให้โรคหลายชนิด สามารถแพร่ระบาดได้ง่าย และรวดเร็ว
ที่สำคัญได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคฉี่หนู โรคไข้หวัดใหญ่ ไข้มาลาเรีย
โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โรคบิด โรคไข้สมองอักเสบเจอี โรคเยื่อบุตาอักเสบ
หรือ โรคตาแดง โรคปอดอักเสบ และโรคไข้หวัดนก โดยตั้งแต่เดือน มิถุนายน
ถึง สิงหาคม 2552 เป็นช่วง 90 วันอันตราย
หน่วยงานสาธารณสุขทุกแห่งในจังหวัดศรีสะเกษ ได้เฝ้าระวัง
และควบคุมโรคเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกกลุ่มวัย ใน
ทุกพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลทุกแห่ง
แพทย์จะมีการคัดกรองผู้ป่วยโดยละเอียด และโรคที่ต้องติดตาม
อย่างต่อเนื่อง คือ โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1
ซึ่งเป็นโรคระบาดใหม่ และโรคไข้หวัดนก เพราะหากเกิดขึ้น ในฤดูฝน
เชื่ออาจมีการผสมข้ามสายพันธุ์กับเชื้อไข้หวัดใหญ่ในคนที่อยู่ในช่วงระบาดใน
ฤดูฝนได้ น.พ.ประวิ อ่ำพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า
สำหรับกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังในหน้าฝน ได้แก่ 1.โรคระบบทางเดินอาหาร
ที่พบบ่อย ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ
ตับอักเสบ สาเหตุเกิดจากการกินอาหาร ดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค
หรือกินอาหารสุกๆ ดิบๆ 2.โรคติดเชื้อทางบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนัง ได้แก่
โรคเลปโตสไปโรซิส หรือไข้ฉี่หนู อาการที่พบ คือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศรีษะ
มักปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่อง และโคนขาอย่างรุนแรง มักมีอาการตาแดงร่วมด้วย
และอีกโรค คือ น้ำกัดเท้า ที่เกิดจากเชื้อรา
เกิดจากการแช่น้ำสกปรกเป็นเวลานาน ๆ ผิวหนังมีผื่นแดง คัน
บางรายมีน้ำเหลืองออก 3.โรคระบบทาง เดินหายใจ ที่พบบ่อย ได้แก่
ไข้หวัดใหญ่ โรคหวัด คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ หรือปอดบวม
อาการเริ่มจาก ไข้ ไอ หายใจเร็ว หรือหอบเหนื่อย
4.กลุ่มโรคติดต่อที่เกิดจากยุง ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบเจอี
และโรคมาลาเรีย ทั้ง 3 โรค เริ่มจาก มีไข้สูง ปวดศรีษะมาก
คลื่นไส้อาเจียน โดยเฉพาะโรคไข้สมองอักเสบ หากเป็นแล้วอาจทำให้พิการได้
5.กลุ่มโรคเยื่อบุตา อักเสบ หรือโรคตาแดง
เกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา ทำให้ตาอักเสบ
และตาแดงได้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ
จึงขอเตือนพ่อแม่พี่น้องประชาชน หากพบว่าตนเอง หรือบุคคลอื่น
มีอาการของโรค เหล่านี้ สังเกตจากอาการติดเชื้อเริ่มต้น จะมีอาการไข้
หากมีไข้สูง เช็ดตัว กินยาลดไข้แล้วไม่ดีขึ้น ภายใน 2-3 วัน ควรรีบไปพบ
แพทย์ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง และในการกินยาลดไข้
ไม่ควรรับประทานยาจำพวกแอสไพริน เด็ดขาด เพราะเป็นอันตราย กับบางโรค
ได้แก่ ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ และไข้ฉี่หนู
เพราะจะทำให้เลือดออกตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกายง่ายขึ้น อาจเสียชีวิต ได้
ในฤดูฝนนี้ ประชาชนควรดูแลตนเอง ด้วยการออกกำลังกาย
รักษาร่างกายให้อบอุ่น ดื่มน้ำสะอาด รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ใหม่ ๆ
ไม่มีแมลงวันตอม ล้างมือก่อนและหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง
ถ่ายอุจจาระลงในส้วม หากส้วมใช้การไม่ได้ ไม่ควรถ่าย อุจจาระลงในน้ำ
ควรถ่ายอุจจาระในถุงพลาสติก และปิดปากถุงให้แน่น ดูแลความสะอาดบ้านเรือน
บริเวณรอบบ้าน ให้สะอาด กำจัดขยะมูลฝอย เผา หรือฝัง
ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และสัตว์มีพิษ หากจะลุยน้ำย่ำโคลน
ควรสวมรองเท้าบู๊ท และ ควรทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังจากที่ลุยน้ำ
หรือทำนา หากท่านปฏิบัติตนได้อย่างถูกวิธี
เราก็จะสามารถมีชีวิตได้อย่างมีความ สุข ปลอดภัย ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
นพ.ประวิ อ่ำพันธุ์ กล่าวในที่สุด. ปิยะพร มงคลศิริ ข่าว น.พ.ประวิ
อ่ำพันธุ์ อนุมัติ

ศรีสะเกษ รณรงค์ "กวาดล้างไข้เลือดออก" ครั้งใหญ่พร้อมกันทุกพื้นที่

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
จังหวัด ศรีสะเกษ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ
สนง.เขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1-4, อบจ.,
ท้องถิ่นจังหวัด,ที่ทำการปกครองจังหวัด,ที่ทำการปกครองอำเภอ,สนง.เทศบาล
เมืองศรีสะเกษ , สนง.เทศบาลเมืองกันทรลักษ,์
อบต.,อสม.,โรงพยาบาล,สาธารณสุขอำเภอ และสถานีอนามัยทุกแห่ง ร่วมกัน
รณรงค์กวาดล้างโรคไข้เลือดออก ครั้งยิ่งใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน
2552 พร้อมกันทั้งจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
เป็นประธานในพิธีเปิดงานรณรงค์ฯ น.พ.ประวิ อ่ำพันธุ์
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า
สืบเนื่องจากสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของ จังหวัดศรีสะเกษ
มีแนวโน้มสูงอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก
จำแนกเป็นรายเดือน จากเดือนมกราคม ถึง มิถุนายน 2552 มีผู้ป่วย
16,31,58,94,204 และ 13 ราย ตามลำดับ รวมทั้งสิ้น 416 ราย
และจากการสำรวจความชุกของลูกน้ำ ยุงลาย พบว่า
มีอยู่จำนวนที่ค่อนข้างสูงอยู่ในแทบทุกพื้นที่
ประกอบกับในช่วงนี้เป็นฤดูฝน ทำให้มีแหล่งน้ำท่วมขัง เป็นที่เพาะ
พันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย อย่างดี ถ้าหากไม่มีการควบคุมที่จริงจัง
จะทำให้มีการแพร่ระบาดมากขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา
และลดการแพร่ระบาดของโรค จังหวัดศรีสะเกษ
ด้วยความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกอำเภอ โดยมีสำนักงาน
สาธารณสุขจังหวัด เป็นหน่วยงานหลัก ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ "
กวาดล้างโรคไข้เลือดออก" ครั้งยิ่งใหญ่ ในวันที่ 22 มิถุนายน 2552 ณ
สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
(นายระพี ผ่องบุพกิจ) เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี ข้าราชการ ประชาชน
นักเรียน ผู้นำชุมชน อสม. ทุกอำเภอ ร่วมรณรงค์ครั้งนี้ กิจกรรมประกอบด้วย
การมอบธงสัญลักษณ์ และปล่อยคาราวานรถรณรงค์ "กวาดล้างไข้เลือดออก" จาก 22
อำเภอ เพื่อจะได้ไปดำเนินกิจกรรมรณรงค์ในพื้นที่ ซึ่งทุกอำเภอ
จะดำเนินกิจกรรมพร้อมกันคือ มีการหยอดทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย, พ่นหมอกควัน
กำจัดยุง, กำจัดขยะแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำ ยุงลาย,
ทำความสะอาดบ้านเรือน,ให้ความรู้ทางหอกระจายข่าวทุกแห่ง
และมีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย อย่างต่อเนื่อง ทุกวันศุกร์
น.พ.ประวิ อ่ำพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ลำพังเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
คงจะไม่เพียงพอ ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้
ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกส่วนราชการ ในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต,
โรงเรียน,ศาสนสถาน ,กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,อสม., ผู้นำชุมชน และสำคัญที่สุด
คือ พ่อแม่พี่น้องประชาชน หากทุกคนตระหนักถึงความสำคัญ
ในการช่วยกันควบคุมไม่ให้มีลูกน้ำ ยุงลาย ด้วยการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์
โดยเริ่มจากที่บ้าน ทำความสะอาดบ้านเรือน ทำลายขยะ ยางรถยนต์เก่า กระป๋อง
กะลา ทุกๆ ที่ ที่สามารถเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ อย่างต่อเนื่อง ทุกวันศุกร์,
เปลี่ยนน้ำใช้ ทุกวันศุกร์, สังเกตว่าในบ้านมีลูกน้ำยุงลาย ในภาชนะ
ที่มีน้ำขัง หรือไม่ หากพบ ให้ทำลาย ด้วยการหยอดทรายกำจัดลูกน้ำ
หรือเททิ้ง สิ่งเหล่านี้ จะเป็นการตัดวงจรการเกิด โรคไข้เลือดออก
เป็นการกำจัดลูกน้ำไม่ให้กลายเป็นยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรค
จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคได้ และหาก พบว่าลูก หลาน คนในบ้าน หรือเพื่อน
บ้าน มีไข้สูง เช็ดตัว และกินยาพาราเซตามอล แล้วไข้ยังไม่ลดใน 2-3 วัน
ให้สงสัยไว้ก่อน ว่าอาจเป็นไข้เลือดออก ควรรีบไปพบ แพทย์
เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง ปลอดภัย น.พ.ประวิ อ่ำพันธุ์ กล่าวในที่สุด.
ปิยะพร มงคลศิริ ข่าว น.พ.ประวิ อ่ำพันธุ์ อนุมัติ

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ชาวศรีสะเกษร่วมค้านมรดกโลก"ปราสาทวิหาร" ชี้จดไปก็ไม่เกิดสันติสุข

ศรีสะเกษ - ชาวศรีสะเกษหนุนรัฐบาลยื่น"ยูเนสโก"
คัดค้านขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
ชี้เหตุการณ์เขาพระวิหารไม่สงบไม่สามารถเป็นมรดกโลกได้และไม่เกิดประโยชน์
ต่อทั้ง 2 ชาติ ระบุมรดกโลกไม่ได้ทำให้เกิดสันติสุขบริเวณเขาพระวิหารแต่อย่างใด
หากยกเลิกจะเป็นแนวทางให้ 2 ประเทศ
หันหน้าแก้ปัญหาปักปันเขตแดนให้ชัดเจนเพื่อประโยชน์ร่วมกัน

วันนี้ (19 มิ.ย.) ที่โรงเรียนแสนสาวิทยา ต.หนองหญ้าลาด
อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายคณิต แสนสา อายุ 78 ปี
เจ้าของโรงเรียนแสนสาวิทยา
ผู้เขียนหนังสือตำนานการก่อสร้างปราสาทพระวิหาร
บนเขาพระวิหารชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวถึง
กรณีที่รัฐบาลไทยจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก
ให้ทบทวนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ว่า
เรื่องนี้เห็นว่ารัฐบาลน่าจะดำเนินการมาตั้งนานแล้ว
นับตั้งแต่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ
ยูเนสโก มีมติให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกตามข้อเสนอของประเทศกัมพูชา

ทั้งนี้ เนื่องจากในความเป็นจริงการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร
ยังคงไม่สามารถกระทำได้เพราะขณะนี้สถานการณ์รอบบริเวณเขาพระวิหารยังไม่มี
ความสงบ โดยยังคงมีการตรึงกำลังของทั้ง 2
ฝ่ายระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาอยู่เป็นจำนวนมาก
ที่สำคัญการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกที่ผ่านมาไม่ได้เกิด
ประโยชน์ต่อทั้ง 2 ชาติ และไม่ได้ส่งผลดีในด้านต่าง ๆ แต่อย่างใด
อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจน
ทำให้ไม่สามารถกำหนดขอบเขต
ในการพัฒนาโดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำการปักเขตแดนจำนวนกว่า 2,500
ไร่ได้

"การขอให้มีการทบทวนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของ
รัฐบาลไทย จึงนับว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้
และชาวศรีสะเกษขอสนับสนุนให้รัฐบาลทวงคืนปราสาทพระวิหารให้กลับมาเป็นของชาว
ไทยต่อไปด้วย" นายคณิตกล่าว

ด้านนายทิวา รุ้งแก้ว
ประธานคณะกรรมการประสานงานเพื่อพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า
เห็นด้วยกับรัฐบาลที่มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ให้ยื่นคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
ทั้งนี้เนื่องจากองค์การยูเนสโกต้องยอมรับความจริงว่าการขึ้นทะเบียนปราสาท
พระวิหารเป็นมรดกโลกที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้เกิดสันติสุขบริเวณเขาพระวิหารแต่
อย่างใด

ในทางกลับกัน ฝ่ายกัมพูชามีการเสริมกำลังทหารเข้ามาที่บริเวณเนิน
600 และรอบบริเวณเขาพระวิหารอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ฝ่ายไทยไม่มีการเสริมกำลังทหารแต่อย่างใดเพราะหากต่างฝ่ายต่างเสริม
กำลังก็จะทำให้เกิดความตรึงเครียดรอบบริเวณเขาพระวิหารชายแดนไทย-กัมพูชา
มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

"หากยกเลิกการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้
อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมให้ทั้ง 2 ชาติ
ต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อจะได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการปักปัน
เขตแดนให้ชัดเจนและเกิดประโยชน์ต่อทั้ง 2 ชาติต่อไป" นายทิวา กล่าว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000069384

ปศุสัตว์ศรีสะเกษเตือน ปชช.อย่าหลงงมงายคลิปสัตว์ประหลาด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 มิถุนายน 2552 18:15 น.
ศรีสะเกษ - ปศุสัตว์ศรีสะเกษ เตือน ปชช.อย่างมงาย
กรณีพบสัตว์ประหลาดชายแดนไทย-กัมพูชา
ปรากฏตามคลิปวิดีโอที่พระรูปหนึ่งนำมาเผยแพร่เป็นข่าวทางสื่อมวลชน
ระบุจากการตรวจสอบทางวิชาการไม่เคยพบ หรือมีเรื่องแบบเกิดขึ้นมาก่อน ชี้
ไม่ใช่การผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างคนกับสัตว์แน่ แต่หากมีผู้พบเห็นจริง
หรือนำเอาตัวประหลาดไปควรส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์

วันนี้ (19 มิ.ย.) นายวิสุทธิ สารพัฒน์ ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ
เปิดเผยถึงกรณีพระสงฆ์ปฏิบัติธรรมอยู่ที่บริเวณตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ
ชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
ได้นำเอาภาพคลิปวิดีโอตัวสัตว์ประหลาดออกมาเปิดเผยแพร่จนเป็นข่าวทางสื่อมวล
ชนไทยอยู่ในขณะนี้ ว่า เรื่องนี้จากการตรวจสอบในทางวิชาการแล้วไม่เคยพบ
หรือมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
และเป็นไปได้ยากที่จะเป็นการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์ระหว่างคนกับสัตว์
เพราะจากคลิปวิดีโอดังกล่าวสัตว์ประหลาดมีหน้าตาเหมือนคนแก่ ตัวเหมือนงู
มีขา 2 ขา ซึ่งไม่เคยพบหรือเกิดขึ้นในโลกนี้มาก่อน
จึงไม่สามารถบอกได้ว่าตัวประหลาดที่พบนี้เป็นตัวอะไรกันแน่

อย่างไรก็ตาม ขอเตือนประชาชนว่าไม่ควรไปหลงงมงาย
อีกทั้งภาพที่ถ่ายมานั้นไม่ชัดเจนเท่าที่ควร
อาจเป็นการใช้เทคโนโลยีตัดต่อภาพสร้างขึ้นมาก็ได้
หรือหากเป็นไปได้ขอให้ผู้ที่พบเห็นและนำเอาตัวสัตว์ประหลาดไปเลี้ยงไว้
ควรส่งให้ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการตรวจพิสูจน์ว่าโครงสร้างร่างกายเป็นอย่างไร
ซึ่งจะได้ทราบว่าตัวประหลาดที่พบนั้นเป็นตัวอะไรกันแน่ และมีจริงหรือไม่

ครู-นร.ศรีสะเกษสร้าง "ปราสาทพระวิหาร" จำลอง-เป็นแหล่งศึกษาในโรงเรียน

ศรีสะเกษ - ครู-นักเรียน อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ
ทุ่มเทร่วมกันสร้างปราสาทพระวิหารจำลองเหมือนจริง ขนาดกว้าง 3 เมตรยาว 7
เมตร ขึ้นภายในโรงเรียน
เพื่อใช้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมขอมโบราณสำหรับนัก
เรียน เยาวชนคนรุ่นหลังต่อไป
โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางขึ้นไปของจริงบนเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพชา
ทุกครั้งไป

วันนี้ (18 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนศรีรัตนวิทยา
อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ นายณรงค์ พลละเอียด
หัวหน้าสำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ ได้รับมอบหมายจาก นายระพี ผ่องบุพกิจ
ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานพิธีบวงสรวงปราสาทพระวิหารจำลอง
ที่โรงเรียนศรีรัตนวิทยา โดย นางอรุโณทัย อ้อมแก้ว
ครูชำนาญการกลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
กับนักเรียนได้ร่วมกันจัดสร้างขึ้นภายในบริเวณโรงเรียน
เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมสำหรับนักเรียนและ
เยาวชน ซึ่งมี นายมนูญ จันทร์ซ้าย ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีรัตนวิทยา
นำคณะครู นักเรียนเข้าร่วมพิธี

นางอรุโณทัย อ้อมแก้ว ครูชำนาญการโรงเรียนศรีรัตนวิทยา
ผู้ดำเนินการก่อสร้างปราสาทพระวิหารจำลอง เปิดเผยว่า
ได้นำนักเรียนขึ้นไปทัศนศึกษาปราสาทพระวิหาร
บนเขาพระวิหารชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
เพื่อศึกษาเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมขอมโบราณ รวม 5 ครั้ง
และมีความคิดว่าการที่ปราสาทพระวิหารตกเป็นของประเทศกัมพูชาตามคำพิพากษาศาล
โลก ทั้งที่ตามสภาพภูมิประเทศและตามหลักสากลของการปักปันเขตแดนที่ต้องยึดเอาสัน
ปันน้ำเป็นหลักแล้ว ปราสาทพระวิหารควรเป็นของประเทศไทยถึงจะถูกต้อง

ดัง นั้น
ด้วยความรักในด้านศิลปวัฒนธรรมทำให้เกิดความคิดที่จะสร้างปราสาทพระวิหาร
จำลองขึ้นมาและได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการโรงเรียน
ให้สร้างขึ้นภายในโรงเรียนศรีรัตนวิทยา
โดยปราสาทพระวิหารจำลองมีขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 7 เมตร
เป็นรูปแบบที่จำลองมาจากของจริงทุกประการแต่มีลักษณะความสมบูรณ์มากกว่าโดย
ใช้เงินเป็นค่าวัสดุก่อสร้างทั้งหมด 90,000 บาท

ส่วนการก่อสร้างได้นำนักเรียนระดับชั้น ม.5 และ ม.6 จำนวน 5 คน
มาร่วมในการก่อสร้าง
ซึ่งใช้เวลาในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์และช่วงปิดภาคเรียน
เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. 2551 แล้วเสร็จในวันที่ 9
มิ.ย.2552 และ เพื่อความเป็นสิริมงคลจึงได้ทำพิธีบวงสรวงขึ้นในวันนี้ (18
มิ.ย.)

ทางด้าน นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ
ที่เดินทางมาร่วมพิธีบวงสรวงปราสาทพระวิหารจำลอง ในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า
การก่อสร้างปราสาทพระวิหารจำลองขึ้นมานับเป็นแนวคิดที่ดี
เพื่อจะได้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมขอมโบราณของ
นักเรียนและเยาวชนคนรุ่นหลัง
โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปศึกษาประสาทพระวิหารของจริงบนเขาวิหารในเขตประเทศ
กัมพูชาทุกครั้งไป และที่สำคัญ ด้วยความรู้ความสามารถของครู นักเรียน
จ.ศรีสะเกษ สามารถสร้างปราสาทพระวิหารจำลองที่สวยงามและเหมือนจริงทุกประการเพื่อใช้ใน
การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองได้


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000069108

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ผู้ว่าฯศรีสะเกษรุดช่วยเหยื่อหมอชุ่ยป่วยขาบวมโต-ดิ้นสู้ชีวิตร้อยพวงมาลัยเลี้ยงครอบครัว

ศรีสะเกษ - ผู้ว่าฯศรีสะเกษ นำคณะช่วยเหลือหญิงโชคร้าย
หมอผ่าตัดมะเร็งมดลูก และตัดสายปัสสาวะ ทั้งที่ไม่ได้เป็นมะเร็ง
ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานป่วยเป็นโรคท่อน้ำเหลืองอุดตันขาบวมโต
แต่ไม่ยอมแพ้สู้ชีวิต ด้วยการร้อยพวงมาลัยขายเลี้ยงชีพและครอบครัวอีก 4
ชีวิต ผู้ว่าฯประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เตรียมส่งตัวเข้ารักษากับแพทย์เฉพาะทาง ที่ กรุงเทพฯ

วันนี้ (12 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 25
บ้านเพียนามเหนือ หมู่ที่ 9 ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายระพี
ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายสมนึก สุชัยยะ
ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ นางยุพยง สุชัยยะ กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ
และ นพ.อุดม เพชรภูวดี รอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ
ได้นำคณะเจ้าหน้าที่จากส่วนต่างๆ เดินทางไปเยี่ยม นางวันดี พันธเสน อายุ
46 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคต่อมน้ำเหลืองอุดตัน ทำให้ขาทั้งสองข้างบวมใหญ่
มีอาการปวดและเดินไม่สะดวก
แต่ดิ้นรนสู้ชีวิตหาเลี้ยงชีพและครอบครัวด้วยการร้อยพวงมาลัยขาย

นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ
ได้พูดคุยสอบถามอาการและความเป็นอยู่ของ นางวันดี
พร้อมสั่งการให้กับคณะแพทย์ เหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ,
พัฒนาสังคมจังหวัดศรีสะเกษ และ อบต.หนองไผ่ ได้เข้ามาดูแลครอบครัวของ
นางวันดี ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมได้มอบเงินจำนวนหนึ่ง
และเครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือนางวันดี ในเบื้องต้นด้วย

นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ กล่าวว่า
จากการสอบถามอาการป่วยของ นางวันดี จากแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ
เบื้องต้นทางโรงพยาบาลศรีสะเกษมีความเห็นว่านางวันดีต้องได้รับการรักษาจาก
แพทย์เฉพาะทาง ซึ่งต้องเดินทางไปทำการรักษาที่กรุงเทพฯ
โดยมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดศรีสะเกษดำเนินการเรื่องดังกล่าว
ซึ่งโรงพยาบาลศรีสะเกษจะได้ประสานงานไปยังโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ
เพื่อให้การช่วยเหลือแล้ว ขึ้นอยู่กับว่า นางวันดี
พร้อมจะเดินทางไปเมื่อใด ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆ
ทางจังหวัดศรีสะเกษจะเป็นผู้ดูแลให้

สำหรับอาการป่วยของ นางวันดี เมื่อปี 2546
ถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก
แพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษได้ส่งตัวไปทำการผ่าตัดรักษาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิ
ประสงค์ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2546
แต่หลังผ่าตัดเสร็จกลับพบว่าไม่ได้เป็นมะเร็ง
และขณะผ่าตัดแพทย์ได้ตัดสายปัสสาวะออกพร้อมกับใส่สายปัสสาวะให้ใหม่
และกลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านประมาณ 5 เดือนจึงได้ถอดสายปัสสาวะออก
หลังจากนั้นขาข้างขวาก็เริ่มบวมขึ้นเรื่อยๆ
แพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษจึงได้ส่งตัวไปรักษาที่ จ.ขอนแก่น ประมาณ 2 ครั้ง
แต่อาการไม่ดีขึ้นและมีปัญหาเรื่องเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

ต่อมาแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ บอกว่า
จะส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ อีก แต่ นางวันดี
ไม่มีเงินค่าเดินทางจึงไม่ได้ไปรักษา
และปัจจุบันต้องร้อยพวงมาลัยขายเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพและเลี้ยงครอบครัวอีก
4 ชีวิต ประกอบด้วย แม่อายุกว่า 80 ปี
ลูกสาวกำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นประถมศึกษา ลูกชายไม่มีงานทำ
ส่วนสามีมีอาชีพเป็นช่างก่อสร้าง
แต่ได้ประสบอุบัติเหตุรถล้มจนเป็นโรคทางระบบประสาท

ศรีสะเกษติวเข้มนายจ้างต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มิถุนายน 2552 17:42 น.
ศรีสะเกษ - จัดหางาน จ.ศรีสะเกษ
ติวเข้มนายจ้างและแรงงานต่างด้าวให้มีความรู้ความเข้าใจในการต่อใบอนุญาตทำ
งานที่จะหมดอายุและต้องต่ออายุในเดือน มิ.ย.นี้

วันนี้ (10 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมพิกุลทอง
โรงแรมพรหมพิมาน จังหวัดศรีสะเกษ นายชาญชัย โกศลธนากุล
จัดหางานจังหวัดศรีสะเกษ
ได้จัดประชุมนายจ้างและแรงงานต่างด้าวตามโครงการเตรียมความพร้อมนายจ้างและ
แรงงานต่างด้าว ที่ต่ออายุใบอนุญาตทำงาน 2552

โดยมีการอบรมเตรียมความพร้อมในเรื่อง
สารสำคัญและแนวทางปฏิบัติการเปรียบเทียบตาม พ.ร.บ. การทำงานของคนต่างด้าว
พ.ศ.2551 ขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว พม่า ลาว กัมพูชา
การนำเข้าแรงงานต่างด้าว
สิทธิการรับการรักษาพยาบาลของแรงงานต่างด้าวที่ประกันสุขภาพกับโรงพยาบาล
ขั้นตอนการตรวจลงตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและขอขยายเวลาการอยู่ในราช
อาณาจักร ลักษณะความผิดตาม
พ.ร.บ.คนเข้าเมืองและขั้นตอนการขอรับและต่ออนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวทุก
ประเภท

นายชาญชัย โกศลธนากุล จัดหางานจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า
จังหวัดศรีสะเกษจัดการอบรมครั้งนี้เพื่อต้องการให้นายจ้างและแรงงานต่างด้าว
มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จ.ศรีสะเกษ
มีแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา
ซึ่งใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในวันที่ 30
มิ.ย.และต้องดำเนินการต่ออนุญาตทำงานภายในเดือนมิ.ย.นี้
ตามประกาศกรมการจัดหางานกำหนด จำนวน 106 คน นายจ้าง 100 ราย
รวมทั้งกลุ่มแรงงานต่างด้าว ถูกกฎหมายที่มีหนังสือเดินทาง
ที่จะต้องต่ออายุใบอนุญาตทำงานในเดือน มิ.ย.นี้ มีจำนวน 33 คน นายจ้าง 33
ราย

ม็อบคนจนลั่นปักหลักสันเขื่อน "ราษีไศล" ถึงที่สุด-จวกกรมชลฯตัวแสบเตะถ่วงปัญหา

ศรีสะเกษ- ม็อบสมัชชาคนจนยันปักหลักชุมนุมสันเขื่อนราษีไศล
จนกว่าปัญหาความเดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบจาก
"เขื่อนราษีไศล-เขื่อนหัวนา" จะได้รับการแก้ไขจากรัฐบาล
หลังยืดเยื้อมานานกว่า 16 ปี 9 นายกฯ 10 รัฐบาล จวกกรมชลฯสุดแสบ
ทำตัวเป็นรัฐอิสระเล่นแง่เตะถ่วงตลอดเวลาและบิดเบือนไม่ยอมดำเนินการตาม
มติ ครม.ปี 43 ทั้งการตรวจสอบพิสูจน์สิทธิทรัพย์สิน-ที่ดินทำกิน
และจ่ายค่าชดเชย เพื่อบรรเทาความร้อนเดือดร้อน ปชช.

วันนี้ (10 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาว บ้านกลุ่มสมัชชาคนจน
(สคจ.) ในเขต อ.ราษีไศล และ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ
ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างเขื่อนราษีไศล และเขื่อนหัวนา
ยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ที่บริเวณสันเขื่อนราษีไศล อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ
ติดต่อกันเป็นวันที่ 7
พร้อมจัดกิจกรรมเปิดเวทีให้ข้อมูลสถานการณ์ปัญหาในพื้นที่เขื่อนราษีไศลและ
เขื่อนหัวนา และรณรงค์ทำความเข้าใจกับประชาชนในหมู่บ้านรอบเขื่อนราษีไศล
และในเขตตัว อ.ราษีไศล อย่างต่อเนื่อง

นาย สำราญ หอกระโทก แกนนำชาวบ้านเขื่อนหัวนา กล่าวว่า
พวกเราได้จัดขบวนรณรงค์ในพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้มีความเข้า
ใจที่ตรงกันและติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับปัญหาเขื่อนหัวนาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐพยายามดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยที่ยังไม่ได้
มีการศึกษาผลกระทบด้านต่างๆ
และจะก่อให้เกิดผลเสียสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน
เหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นโครงการก่อสร้างจากเขื่อนราษีไศล
ที่การศึกษาผลกระทบและการตรวจสอบทรัพย์สินที่ดินทำกินของชาวบ้านยังไม่แล้ว
เสร็จ ก็ปิดประตูเขื่อนเก็บกักน้ำกทำให้มีปัญหาหลายอย่างตามมา
กระทั่งปัจจุบันชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนก็ยังไม่ได้ค่าชดเชยที่ดิน
ทั้งไร่นา และป่าสาธารณประโยชน์อีกจำนวนมากที่จากเขื่อนไล่เข้าท่วม

นายแดง คาวี แกนนำชาวบ้านเขื่อนหัวนา อีกคนกล่าวว่า
การชุมนุมของชาวบ้านที่เดือดร้อนได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างทั้ง 2
เขื่อนผ่านมาแล้ว 7 วัน
ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรในการแก้ปัญหาจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง
ในทางกลับกันกรมชลประทานพยายามเข้ามาแบ่งแยกมวลชนชาวบ้านด้วยการสร้างความ
สับสน ในการตรวจสอบที่ดินทำกินและรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน

อย่างไรก็ตาม
เมื่อมาชุมนุมถึงขั้นนี้แล้วพวกเราจะยึดมั่นในแนวทางของตัวเอง
หากไม่บรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหา พวกเราก็จะไม่ถอยเด็ดขาด
ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมการเพื่อเจรจากับสำนักงานชลประทานที่ 8
รวมทั้งเตรียมข้อมูล เอกสารเพื่อไปประชุมกับคณะทำงานแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน
ของรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ (11 มิ.ย.)

ขณะที่ นายสุข จันทร แกนนำชาวบ้านเขื่อนราษีไศล กล่าวว่า
การเข้าปักหลักชุมนุมที่สันเขื่อนราษีไศล
เพราะเขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนานั้นปัญหายืดเยื้อมานาน
หลายรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยมีความจริงใจในการแก้ไข
อยากให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจถึงความเดือดร้อนของพวกเรา
และพวกเราไม่ได้มาสร้างความเดือดร้อนให้ใคร
โดยจะปักหลักชุมนุมต่อไปเพื่อทำการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง
และติดตามการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
จนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วัน เดียวกันนี้ (10 มิ.ย.)
กลุ่มสมัชชาคนจนที่ปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณสันเขื่อนราษีไศล
ดังกล่าวได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า
การแก้ไขปัญหากรณีเขื่อนราษีไศลและเขื่อนหัวนา ผ่านมาแล้ว 16 ปี
ผ่านการบริหารงานของ 9 นายกรัฐมนตรี 10 รัฐบาล 2 หน่วยงาน
แต่ชาวบ้านยังคงเดือดร้อนเหมือนเดิม

แม้ว่า ในปี 2543 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการตัดสินใจแก้ไขปัญหาทั้ง
2 เขื่อน โดยกรณีเขื่อนหัวนา มีมติให้ระงับการถมลำน้ำมูนเดิม
เพื่อศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
และตรวจสอบทรัพย์สินผู้ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเขื่อนหัวนา
แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ประเด็นที่ไม่เคยห่างหายไปจากความกังวลของชาวบ้านเลย คือ
การนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีโดยนักการเมือง ให้มีการถมลำน้ำมูนเดิม
เพื่อบังคับน้ำให้ไหลผ่านบานประตูเขื่อนหัวนา
ทั้งที่ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาผลกระทบ

การตรวจสอบทรัพย์สินผู้ที่คาดว่า จะได้รับผลกระทบใช้เวลา 7
ปีแต่ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะกรมชลประทานหน่วงเหนี่ยว ไม่อยากรับรองสิทธิ์
ล่าสุดมติการประชุม 29 ม.ค. 2552 ถูกเจ้าหน้าที่กรมชลประทานบิดเบือน
โดยแก้ไขคำสั่งแต่งตั้งกรรมการไม่ให้มีอำนาจรับรองการตรวจสอบทรัพย์สิน

แถลงการณ์ระบุต่อว่า ขณะที่ กรณีราษีไศล ครม.ปี 2543
มีมติให้เปิดประตูน้ำ
เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการแพร่กระจายของดินเค็ม
และผลกระทบทางสังคม ตลอดจนเพื่อพิสูจน์สิทธิในที่ดิน
แต่จนกระทั่งปัจจุบันรัฐบาลยังไม่สามารถคลี่คลายปัญหาดังกล่าวได้แม้แต่
ประเด็นเดียว

โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาค่าชดเชยที่เหลือ
ซึ่งได้หลักการที่ชัดเจนหมดแล้วว่าให้ใช้มติคณะรัฐมนตรี 1 ก.พ. 2543
ในการพิสูจน์ที่ดินทำกินและจ่ายชดเชยในราคาไร่ละ 32,000 บาท
แต่หลังจากนั้นกลไกการแก้ปัญหา ซึ่งอยู่ในมือกรมชลประทาน กลับไม่ทำงาน
มีการเล่นแง่หน่วงเหนี่ยวตลอดเวลา นอกจากนั้นปัญหาอื่นๆ
ยังไม่มีความคืบหน้า เช่น กรณี นานอกอ่าง และการศึกษาผลกระทบ

สมัชชาคนจน เขื่อนหัวนาและเขื่อนราษีไศล
ได้ชุมนุมที่สันเขื่อนราษีไศลเป็นเวลา 7 วันแล้ว และขอประกาศว่า
การแก้ไขปัญหาที่ยาวนาน ได้ประจักษ์แล้วว่า
การบริหารของรัฐบาลโดยกรมชลประทาน ไม่มีความจริงใจ ดูถูก
และตั้งใจเตะถ่วงหน่วงเหนี่ยวยืดเยื้อ ไม่แก้ไขปัญหาให้จบสักที

การแก้ไขปัญหาของทั้ง 2 เขื่อนจะคลี่คลายไปได้ด้วยดี
หากกรมชลประทานกลับตัวกลับใจไม่ตั้งตัวเป็นรัฐอิสระ
ยอมดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2543 และ
มติคณะรัฐมนตรี 25 ก.ค.2543 อย่างไม่มีเงื่อนไขโดยเคร่งครัด แถลงการณ์
ระบุในตอนท้าย

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ศรีสะเกษกระบะขนชาวลาวเต็มคัน ซิ่งหนี ตร.แหกโค้งชนต้นไม้ดับ 2 เจ็บ 13 ราย

ศรีสะเกษ - ปิกอัพบรรทุกชาวลาว 17 คนหลบหนีเข้าเมือง
ซิ่งฝ่าสายฝนหนีตำรวจทางหลวงที่ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ
แหกโค้งพุ่งชนต้นไม้ข้างทางดับคาที่ 2 ศพ บาดเจ็บ 13 คน สาหัสอื้อ
หลบหนีไปได้ 2 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกที่ผ่านมา ( 9 มิ.ย. ) พ.ต.ท.สมบูรณ์
วิเชียรจรัส รอง ผกก.สส.สภ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ
ได้รับแจ้งจากนายเกรียงไกรโหราศาสตร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.ตำแย อ.พยุห์
จ.ศรีสะเกษ ว่าเกิดเหตุรถปิกอัพเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ตกข้างทางทำให้มีผู้เสียชีวิตและ
ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและรุดไปยังที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบริเวณทางโค้งพบรถปิกอัพยี่ห้ออีซูซุ
รุ่นดีแมคซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ถต 5118 กรุงเทพฯ
ชนต้นนนทรีตกอยู่ข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนร้องครวญครางอยู่หลายราย
โดยมีรถตำรวจทางหลวง หมายเลขข้างรถ 6307 พร้อมด้วยรถของพลเมืองดีอีก 2
คัน กำลังช่วยกันลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 13 คน
ทั้งหมดเป็นชาวลาวมาจากเมืองสาละวัน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
(สปป.ลาว) ส่งไปที่โรงพยาบาลศรีรัตนะ
เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน
ซึ่งในจำนวนนี้มีอาการบาดเจ็บสาหัสหลายคน

นอก จากนี้ยังมีชาวลาวถูกรถปิกอัพทับเสียชีวิตอยู่ใต้ท้องรถที่เกิดเหตุจำนวน
2 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยกันงัดซากรถปิกอัพนำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2
ราย ส่งไปไว้ที่โรงพยาบาลศรีรัตนะ เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพต่อไป

จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.ขันทอง อินทโสม อายุ 19 ปี ชาวลาว
จากบ้านดงเซโดน เมืองสาละวัน สปป.ลาว ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ให้การเบื้องต้นว่า มีชาวลาวทั้งหมดจำนวน 17 คน
จากหลายหมู่บ้านในเขตเมืองสาละวันได้พากันหลบหนีเข้าเมืองเพื่อเดินทางไปหา
งานทำที่กรุงเทพฯ โดยเสียค่าใช้จ่ายให้นายหน้าคนละ 2,000 บาท
และเมื่อมาถึงบริเวณเขต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
ซึ่งเป็นทางผ่านเดินทางไปยังกรุงเทพฯ
ปรากฏว่าคนขับได้ขับรถด้วยความเร็วสูงทั้งที่มีพวกเรานั่งยัดเยียดกันในรถ
ที่ไม่มีหลังคามากถึง 17 คนโดยคนขับแจ้งให้ทราบว่า
ตำรวจทางหลวงกำลังขับรถไล่ติดตามจับกุม
ขณะนั้นฝนได้ตกลงมาอย่างหนักทำให้รถเสียหลักแหกโค้งไปพุ่งชนต้นไม้ที่อยู่
ข้างทางด้านขวามือ
ทำให้พวกเราที่นั่งอยู่กระบะข้างหลังกระเด็นตกจากรถเสียชีวิตและบาดเจ็บ
จำนวนมากดังกล่าว

ส่วน ผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายกาด ไม่ทราบนามสกุล
เป็นชาวบ้านหนองเคียง และนายโต้ย ไม่ทราบนามสกุล ชาวบ้านคงเซโดน
เมืองสาละวัน ผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนมากเป็นชาวลาวหมู่บ้านใกล้เคียงกันมีทั้งผู้ชาย
ผู้หญิง ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 16-19 ปี และ 28-30 ปี รวมทั้งมีเด็ก 2
ราย เป็นเด็กชายอายุ 4 ขวบ และเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ

ทาง ด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์ วิเชียรจรัส รอง ผกก.สส.สภ.พยุห์
จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า
ขณะนี้ได้ทำการสอบปากคำชาวลาวที่สามารถให้การได้บางส่วนไว้แล้ว
ซึ่งจะได้ตั้งข้อหาหลบหนีเข้ามาภายในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต
เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันกลับ สปป.ลาวตามขั้นตอนต่อไป
ส่วนเจ้าของรถคันที่ประสบเหตุและหลบหนีไปได้
จะติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

"ทัพภาค 2" รุกผุดอ่างฯห้วยขะยุง 300 ล้าน-สร้างความมั่นคงชายแดนไทยด้านเขมร

ศรีสะเกษ - รองแม่ทัพภาคที่ 2 พร้อม ผบ.กกล.สุรนารี เข้าหารือร่วม
ผู้ว่าฯศรีสะเกษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัดฝุ่นเดินหน้าก่อสร้าง
"อ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง" กว่า 300 ล้าน
ตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดนด้านไทย-กัมพูชา
เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนตามเส้นทางรุกสำคัญ และพื้นที่ล่อแหลม
รวมทั้งสร้างประโยชน์ด้านเกษตรและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน
ปชช.ในพื้นที่ เผย
ตั้งคณะทำงานผู้ว่าฯนั่งประธานขับเคลื่อนโครงการให้สำเร็จ
หลังถูกคัดค้านจากหลายฝ่ายมานานกว่า 10 ปี

วันนี้ (4 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่ห้องประชุมยุทธศาสตร์จังหวัด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง
จ.ศรีสะเกษ พล.ต.ธวัชชัย สมุทรสาคร รองแม่ทัพภาคที่ 2 (รอง
มภท.2)พร้อมด้วย พล.ต.ชวลิต ชุนประสาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี
(ผบ.กกล.สุรนารี) และคณะ ได้เข้าประชุมร่วมกับทางจังหวัดศรีสะเกษ นำโดย
นายรพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
ในการดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์
จ.ศรีสะเกษ

โดยโครงการดังกล่าวทางกองกำลังสุรนารี
ได้เสนอโครงการตามแผนแม่บทการจัดระบบป้องกันพื้นที่ชายแดนในเขตภาคอีสานตอน
ล่าง เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในบริเวณเชิงเขาพนมดงรัก ตามมติคณะรัฐมนตรี
(ครม.) 2 เม.ย.2540 และได้ทำการสำรวจออกแบบแล้วเสร็จเมื่อปี 2540
ลักษณะเป็นเขื่อนดินสูง 24 เมตร สันเขื่อนยาว 618 เมตร ความจุน้ำ 40
ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 20,000 ไร่
ใช้งบประมาณก่อสร้าง 309 ล้านบาท กำหนดสิ้นสุดแผนงานในปี 2553

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุงที่ผ่านมา
กองทัพภาคที่ 2 และ กรมชลประทาน ได้ทบทวนความเห็นเมื่อปี 2534 และ ปี
2535 กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้กรมชลประทาน
เข้าไปใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (เขาพระวิหาร) จำนวน 2,050 ไร่
อีก 1535 ไร่ เป็นพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก
ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใช้พื้นที่
และต้องสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ตามเงื่อนไขของการขอใช้พื้นที่
ของ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงได้ชะลอโครงการไว้

ใน ปี 2544, ปี 2547 และ ปี 2550
ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่โครงการรวม 3 ครั้ง
แต่ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้าง และทางองค์กรบริหารส่วนตำบล (อบต.)
ละลาย มีมติไม่เห็นชอบต่อโครงการดังกล่าว
ทางกรมอุทยานจึงไม่อนุญาตให้เข้าไปใช้พื้นที่ในการดำเนินโครงการได้

ต่อมาวันที่ 10 ก.ค.2551 ที่ผ่านมา
กองกำลังสุรนารีได้เข้าร่วมประชุมกับทาง จ.ศรีสะเกษ
โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติให้ทำการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุงดัง
กล่าวได้ แต่ติดปัญหาหลายด้านโดยเฉพาะทางกรมอุทยานแห่งชาติ
ยังไม่อนุญาตให้กรมชลประทานเข้าทำการศึกษาและใช้ประโยชน์ และ
อบต.ละลายมีมติไม่เห็นด้วย
รวมทั้งยังไม่ได้ข้อสรุปในการจัดสรรที่ดินทำกิน และเงินชดเชย
ให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบ จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้

พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร รองแม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า
จากปัญหาข้างต้นทำให้โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง
ไม่สามารถดำเนินการได้และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ประชุมวันนี้จึง
ได้มีมติให้จัดตั้งชุดคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด
ในการศึกษาความเป็นไปได้รวมทั้งผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
เพื่อขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้ได้ผลสำเร็จ โดยมอบหมายให้ นายรพี
ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เป็นประธานคณะทำงาน

สำหรับห้วยขะยุงเป็นช่องทางชายแดนไทย-กัมพูชา
มีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าเขาสูง สลับซับซ้อน
เป็นพื้นที่สูงเกื้อกูลต่อกำลังไม่ทราบฝ่ายและขบวนการกระทำผิดกฎหมาย
ซึ่งหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสามารถยึดพื้นที่ดังกล่าวไว้ได้จะได้เปรียบทางการ
ทหารอย่างยิ่ง

ดังนั้น จากปัญหาดังกล่าวนี้ทางกองกำลังสุรนารี
จึงได้เห็นความสำคัญของการก่อสร้างสิ่งกีดขวางตามแนวทางการรุกดังกล่าว
จึงได้เสนอโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง ขึ้นมา

"ทั้ง นี้
เพื่อพัฒนาเสริมสร้างความมั่นคงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
รวมทั้งจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนด้วยการนำกำลังทหารเข้าประจำตามเส้นทางรุก
จุดสำคัญ และพื้นที่ล่อแหลม
ให้สอดคล้องกับระบบการต่อสู้เบ็ดเสร็จเพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและ
ทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดน" พล.ท.ธวัชชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า
มีชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าวซึ่งมีแผนในการช่วย
เหลือชดเชยที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้ราษฎร
ที่เดือดร้อนจากโครงการอย่างเหมาะสมและเป็นที่พอใจของชาวบ้านเพื่อให้เกิดผล
กระทบในพื้นที่น้อยที่สุด
ส่วนเรื่องการสูญเสียพื้นที่ป่านั้นต้องมีบ้างเป็นธรรมดา
เพราะอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุงมีความจุ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร
แต่ในอนาคตหากอ่างเก็บน้ำสามารถสร้างความชุ่มชื้นขึ้นมาแล้ว เชื่อว่า
ป่าไม้จะกลับมาอุดมสมบูรณ์อย่างแน่นอน

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552

คนดังแห่ร่วมเชียร์สมัครเลือกซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ - เปิดศึก "เพื่อแม้ว" ชน "เด็กบรรหาร"

ศรีสะเกษ - คนดังศรีสะเกษและปชช.แห่ร่วมเชียร์การสมัครรับเลือกตั้งซ่อม
ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1 คึกคัก เผย ส.ส. "เพื่อแม้ว"ศรีสะเกษยกแก๊งให้กำลังใจ
"สุรชาติ" ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย ขณะที่ ส.ส. "ภูมิใจไทย"
ยกกองเชียร์หนุน "สกุลทิพย์" ผู้สมัคร ชาติไทยพัฒนา ด้านประธาน
กกต.ศรีสะเกษ ลั่นจัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใสเป็นธรรม และตรวจสอบได้

วันนี้ (4 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30
น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง
จ.ศรีสะเกษ นายสมบูรณ์ โพธิ์งาม ประธาน กกต.ศรีสะเกษ
เป็นประธานในการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1
แทนตำแหน่งที่ว่างลง จากการที่ นายสุตา พรมดวง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1
พรรคประชาราช ได้ลาออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน

โดยการเปิดรับสมัครในวันแรกนี้ ได้มีบรรดา ส.ส.
และประชาชนกองเชียร์พากันแห่มาให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส.กันอย่างคับคั่ง
โดยเฉพาะกลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ทั้ง 6 คน ของ จ.ศรีสะเกษ
ประกอบด้วย นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ,นายปวีณ แซ่จึง ,นายธเนศ
เครือรัตน์, นายวิวัฒชัย โหตระไวศยะ, นายธีระ ไตรสรณกุล, นายวีรพล
จิตสัมฤทธิ์ พากันมาให้กำลังใจ นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์
ที่ได้รับการคัดเลือกให้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1
ของพรรคเพื่อไทย กันหน้าสลอน

ขณะ เดียวกัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 3
พรรคภูมิใจไทย ได้นำคณะ ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย มาให้กำลังใจ นางสกุลทิพย์
อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1
ของพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมมีประชาชนผู้ให้การสนับสนุนผู้สมัครทั้ง 2
ฝ่ายมาให้กำลังใจกันอย่างคึกคัก

เมื่อถึงเวลารับสมัคร ที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 2 ราย คือ นายสุรชาติ
ชาญประดิษฐ์ พรรคเพื่อไทย และ นางสกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ
พรรคชาติไทยพัฒนา
ซึ่งมาถึงบริเวณสถานที่รับสมัครพร้อมกันไม่สามารถตกลงกันได้ว่าใครจะเป็นผู้
ที่ได้ลงสมัครก่อน จึงได้จัดให้มีการจับสลาก ปรากฏว่า นายสุรชาติ
ชาญประดิษฐ์ พรรคเพื่อไทย ได้ลงสมัครก่อน และได้หมายเลข 1 ส่วน
นางสกุลทิพย์ อังคสกุลเกียรติ ได้หมายเลข 2

นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 2 พรรคเพื่อไทย
ในฐานะหัวหน้าแก๊ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า
ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยได้ระดมกันออกหาเสียงช่วยนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์
อย่างเต็มที่ และมั่นใจว่าผลการบริหารประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี
ที่สามารถบริหารประเทศชาติได้อย่างเจริญรุ่งเรืองมากกว่าทุกยุคทุกสมัยของ
รัฐบาลที่ผ่านมา
จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจให้ประชาชนชาวศรีสะเกษในเขตเลือกตั้งที่ 1
เทคะแนนให้กับ นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย
อย่างท่วมท้น

ทางด้าน นายฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ
สามีของนางสกุลทิพย์ ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา
กล่าวว่า ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนนางสกุลทิพย์และทีมงานทุกคน
ได้ออกตระเวนหาเสียงกับประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 แล้ว
โดยชูนโยบายการพัฒนาการเกษตรและการแก้ไขปัญหาความยากจน
มั่นใจว่าประชาชนชาวศรีสะเกษในเขตเลือกตั้งที่ 1
ที่รักและชื่นชอบจากการเป็นผู้แทนของนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต
ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1 พรรคชาติไทย ซึ่งเป็นลูกชายของตน
จะเทคะแนนให้นางสกุลทิพย์ ผู้เป็นแม่ของนายสิริพงศ์
ให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ ในครั้งนี้

ด้าน นายสมบูรณ์ โพธิ์งาม ประธาน กกต.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้
กกต.ศรีสะเกษ ได้เตรียมพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1
แทนตำแหน่งที่ว่างเรียบร้อยแล้ว โดยได้ประสานงานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ
เพื่อร่วมกันป้องกันการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

"ได้ ย้ำนโยบายกับ กกต.ศรีสะเกษเขตเลือกตั้งที่ 1
ว่าให้จัดการเลือกตั้งครั้งนี้ให้โปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้
เพื่อให้การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1
ในครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม" นายสมบูรณ์ กล่าว

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เขมรรุกชายแดนไทยหนัก! กั้นรั้วผุดกาสิโนใหญ่ "ช่องสะงำ" ศรีสะเกษ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ศรีสะเกษ - กัมพูชารุกชายแดนไทยหนัก เตรียมกั้นรั้วสังกะสี
ผุดกาสิโนขนาดใหญ่ที่ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ ศรีสะเกษ
บนพื้นที่ยังไม่ปักปันเขตแดน ชี้ชัดทำผิดข้อตกลงร่วม 2 ประเทศ
และไม่สนคำทักท้วง ขณะที่ฝั่งไทยไม่พัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน
อาคารสำนักงาน และที่พักเจ้าหน้าที่อยู่กันอย่างอนาถา
ด้านพ่อค้าแม่ค้าไทยไม่ยอมย้ายออกไปอยู่ "ตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ"
ที่ทางการไทยทุ่มงบสร้างเสร็จแล้ว

วันนี้ (31 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
กรณีที่ฝ่ายกัมพูชาได้สร้างแนวรั้วสังกะสี ที่บริเวณช่องสะงำ
ด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
รายงานข่าวแจ้งว่า เป็นการสร้างแนวเขตเพื่อก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่
สำหรับเปิดเป็นบ่อนกาสิโนชายแดนเหมือนกับกาสิโนชายแดนด้านด่านผ่านแดนถาวร
ไทย-กัมพูชา ช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และถูกทักท้วงจากทางการฝ่ายไทย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณตลาดชายแดนช่องสะงำ
ที่ทางพ่อค้าแม่ค้ากัมพูชามาจับจองค้าขายอยู่ในปัจจุบัน
และกำลังกั้นเขตก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ดังกล่าวนั้น ทั้ง 2
ประเทศได้เจรจาตกลงกันให้เป็นพื้นที่ผ่อนปรน
เพื่อการค้าขายแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยให้พ่อค้าแม่ค้าทั้ง 2
ประเทศ สามารถเข้าจับจองทำร้านค้าขายสินค้าได้
แต่ไม่อนุญาตให้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรขึ้นในบริเวณดังกล่าวอย่าง
เด็ดขาด

นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานชมรมการค้าและการท่องเที่ยวช่องสะงำ
กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้
ทางการไทยได้ดำเนินโครงการก่อสร้างตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ
เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ห่างจากเขตชายแดนเข้ามายังฝั่งไทย ด้าน
อ.ภูสิงห์ ประมาณ 10 กิโลเมตร
และได้พยายามเรียกร้องให้พ่อค้าแม่ค้าคนไทยย้ายจากตลาดบริเวณชายแดนมาอยู่
ที่เมืองใหม่ช่องสะงำ แต่ทางพ่อค้าแม่ค้าคนไทยไม่ยอมย้ายมา
เพราะเกรงว่าจะขาดรายได้จากลูกค้าชาวกัมพูชาที่พากันเข้ามาหาซื้อสินค้า
จำนวนมากทุกวัน

ดัง นั้น จึงยืนยันตั้งร้านขายสินค้าอยู่บริเวณจุดเดิมต่อไป
ซึ่งคงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทางการไทยไม่สนับสนุนพัฒนาสาธารณูปโภค ถนนหนทาง
ปั๊มน้ำมัน ห้องน้ำ และที่พักนักท่องเที่ยว ในบริเวณตลาดชายแดนช่องสะงำ
ดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ด่านชายแดนถาวรช่องสะงำก็พลอยได้
รับผลกระทบไปด้วย เพราะไม่มีงบประมาณเข้าไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
อาคารสำนักงาน บ้านพักเจ้าหน้าที่
ก็เป็นเพียงเพิงพักชั่วคราวหลังคามุงหญ้าเท่านั้น
ทำให้สภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก

นายหัตถชัย กล่าวต่อว่า แต่หากเปรียบเทียบกับฝั่งประเทศกัมพูชา
อาคารสำนักงานและที่พักเจ้าหน้าที่ของกัมพูชา ถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารถาวร
บ้านพักติดแอร์พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน
ต่างจากฝั่งไทยที่เจ้าหน้าที่ต้องอยู่อย่างอนาถา
ทั้งที่พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นเขตตกลงร่วมกัน ว่า
จะไม่มีการก่อสร้างอาคารถาวรขึ้นมาอย่างเด็ดขาด
แต่หากฝ่ายไทยเราก่อสร้างอะไรขึ้นมาจะถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาประท้วงทันที
ขณะที่กัมพูชากลับเดินหน้าก่อสร้างอาคารถาวรไม่หยุดยั้ง
และแนวเขตกั้นรั้วสังกะสี
ที่สร้างขึ้นมาขณะนี้ก็เป็นอีกอภิมหาโครงการหนึ่งที่กำลังเตรียมเดินหน้าก่อ
สร้างอย่างเต็มที่

"ไม่ ว่าจะเป็นการก่อสร้างบ่อนกาสิโน
หรือสร้างอาคารโรงแรมที่พักขนาดใหญ่อะไรก็ตาม
ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยจะยอมเปิดประตูให้เพื่อนบ้านเข้า
มาสร้างอาณาจักรใหญ่โตในแผ่นดินที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจนอย่าง
เด็ดขาด" นายหัตถชัย กล่าว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000061008