วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ศรีสะเกษฮือปิดล้อมอุทยานฯเขาวิหาร-ไล่หน.อุทยานฯร้องคืนที่ดินทำกิน

ศรีสะเกษ- ชาวศรีสะเกษ 4 ตำบล ชายแดนไทย-กัมพูชา
ยกพลบุกปิดล้อมที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
เรียกร้องคืนที่ดินทำกินเดิมหลังถูกประกาศเขตอุทยานฯ
ทับที่ทำดินเดือดร้อนมานาน และให้ย้าย หน.อุทยานฯ กับลูกน้องคนสนิทภายใน
15 วัน

วันนี้ ( 20 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์
จ.ศรีสะเกษ ได้มีชาวบ้านจาก 4 ตำบลในเขต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
ประกอบด้วย ต.รุง ต.เสาธงชัย ต.ละลาย และ ต.ภูผาหมอก ประมาณ 200 คน
นำโดยนายวิชิต ดวงแก้ว อายุ 45 ปี และ นายทองคำ กันทะวงษ์ อายุ 74 ปี
มารวมตัวกันปิดล้อมที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารและปราศรัยผ่านเครื่อง
ขยายเสียงติดตั้งบนรถกระบะ
โจมตีการจับกุมขับไล่ชาวบ้านออกจากที่ทำกินมาหลายชั่วอายุคน
หลังจากประกาศเขตอุทยานฯทับที่ทำกินสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมานาน
หลายปี

โดยมี พ.ต.ท.ทิพย์พงษ์ ทิพย์เกสรสารวัตรใหญ่ สภ.บึงมะลู
นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมารักษาความสงบเรียบร้อย

นายวิชิต ดวงแก้ว อายุ 45 ปี ตัวแทนเกษตรกร
แกนนำชาวบ้านในครั้งนี้ กล่าวว่า
การประกาศแนวเขตทอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ปี 2541 ไม่ชัดเจน
ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารผิดพลาด
ในการขับไล่จับกุมชาวบ้าน ทั้งที่เขตอุทยานฯ
ไปทับที่ทำกินของชาวบ้านซึ่งได้เข้าทำกินมาก่อนหลายชั่วอายุคน

ดังนั้น พวกเราจึงขอเรียกร้องให้ส่วนราชการที่กี่ยวข้องดำเนินการดังนี้คือ
1. ขอที่ดินทำกินที่เป็นร่องรอยการทำกินมาก่อนปี 2540 2.
ให้ทางราชการจัดหาที่ดินทำกินใหม่ในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ 3.
ให้ทำการปักปันเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารใหม่เพื่อไม่ให้ทับที่ดินทำกิน
ของประชาชน 4. ให้ย้ายนายสุวรรณ วัฒนพิทักษ์พงษ์
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารและนายสวัสดิ์
เจ้าหน้าที่อุทยานฯออกจากเขตพื้นที่อุทยานฯ ภายใน 15 วัน และ 5.
ให้สร้างป่าเศรษฐกิจชุมชนร่วมกับประชาชนและร่วมกันป้องกันพิทักษ์ป่าให้
สมบูรณ์

ทางด้าน นายวีระยุทธ ดวงแก้ว กำนันตำบลเสาธงชัย อ.กันทรลักษ์
จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ชาวบ้าน 4 ตำบล
ได้พากันเข้าไปทำกินบริเวณตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร
มานานแล้ว แต่เมื่อมีการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารในปี 2541
ทำให้ที่ดินทำกินของชาวบ้านต้องสูญหายไป
ชาวบ้านทุกคนต้องการเพียงที่ดินทำกินเดิมเท่านั้นและไม่ประสงค์จะรุกล้ำเข้า
ไปในเขตอุทยานฯเพิ่มเติมแต่อย่างใด

"ปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจชาวบ้านมาก
เพราะเป็นเรื่องปากท้องของชาวบ้าน
จึงขอวอนให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือชาวบ้าน 4
ตำบลนี้ด่วนด้วย" นายวีระยุทธ กล่าว

ต่อมา จ.อ.เกริกชัย ผ่องแผ้ว ปลัดอาวุโสอำเภอกันทรลักษ์
ได้เดินทาง รับหนังสือข้อเรียกร้องนจากตัวแทนของชาวบ้านและกล่าวกับชาวบ้านที่มาชุมนุม
ว่า จะนำข้อเรียกร้องทั้งหมดรายงานให้นายอำเภอกันทรลักษ์เพื่อได้เสนอรายงานให้
ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านโดยด่วนต่อไป
เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ
และจะได้แจ้งผลการดำเนินการให้ชาวบ้านที่มาชุมนุมทราบโดยด่วนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า
หลังได้รับฟังการชี้แจงแล้วทำให้ชาวบ้านพอใจและพากันเดินทางกลับเพื่อรอฟัง
ผลการพิจารณาดำเนินการของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น