กรณีร้านค้าเชิงบันไดทางขึ้นเขาพระวิหารถูกเพลิงเผาวอดในเหตุการณ์ทหารไทย
-กัมพูชาปะทะเดือด ชี้เป็นเหตุการณ์ปะทะเกิดความสูญเสียทั้ง 2
ฝ่ายต่างฝ่ายต้องรับผิดชอบเอง
ระบุที่สำคัญเขมรบุกรุกล้ำเข้าไปสร้างร้านค้าชุมชนในพื้นที่ที่ยังไม่ปักปัน
เขตแดน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาที่ตรึงกำลังอยู่บริเวณชาย
แดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 3
เม.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ทหารไทยและกัมพูชาต่างเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
ล่าสุดทางฝ่ายรัฐบาลกัมพูชาได้เรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายค่าชดเชยให้กับรัฐบาล
กัมพูชาประมาณ 70 ล้านบาท
โดยอ้างว่าถูกทหารไทยยิงถล่มและเกิดเพลิงลุกไหม้ทำให้ร้านค้าชาวกัมพูชาที่
บริเวณทางขึ้นเขาพระวิหารได้รับความเสียหายยับเยิน
จากเหตุการณ์ปะทะกันดังกล่าวนั้น
ล่าสุด วันนี้ (14 พ.ค.) นายบุญมี บัวต้น
นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
ซึ่งเป็นตำบลอยู่ติดกับแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร กล่าวว่า
การที่ทางฝ่ายกัมพูชาเรียกร้องค่าเสียหายจากฝ่ายไทยนั้น
ไม่เข้าใจว่าทางฝ่ายกัมพูชาคิดได้อย่างไรเพราะไม่ทราบว่าทางฝ่ายกัมพูชาเสีย
หายอะไร และเอาอะไรมาเป็นตัวตั้งในการกำหนดค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ซึ่งตนไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งหากรัฐบาลไทยจะทำการจ่ายเงินค่าเสียหายให้
กับฝ่ายกัมพูชา เพราะไม่ทราบว่าต้องจ่ายเป็นค่าอะไร
เนื่องจากฝ่ายไทยก็ได้รับความเสียหายมีทหารไทยได้รับบาดเจ็บเสียชีวิต
และอาคารสำนักงานบนอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์
ถูกกระสุนปืนพังเสียหายเช่นกัน
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ตามข้อเท็จจริงของสถานการณ์แล้วเป็นการปะทะ
กันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา
ต่างฝ่ายต่างก็ต้องรับผิดชอบในการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินในฝ่ายของตัวเอง
หรือรับผิดชอบของใครของมัน" นายบุญมี กล่าว
นายบุญมี กล่าวต่อว่า
ที่สำคัญร้านค้าของชาวกัมพูชาที่เข้าไปก่อสร้างจนกลายเป็นชุมชนจำหน่าย
สินค้า บริเวณเชิงบันไดทางขึ้นเขาพระวิหารนั้น
เป็นการรุกล้ำเข้าไปก่อสร้างในพื้นที่ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดน
ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
และตามคำพิพากษาของศาลโลกแล้วเขตแดนดังกล่าวถือว่าเป็นของประเทศไทยอย่าง
ชัดเจน ซึ่งฝ่ายไทยยึดถือเช่นนั้นมาโดยตลอด
ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาก็บอกว่าเป็นเขตแดนของกัมพูชา
จึงเป็นปัญหาข้อพิพาทระหว่างกันยืดเยื้อมายาวนาน
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลกัมพูชาไม่ใช้กลวิธีให้ชาวกัมพูชา
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครอบครัว ทหาร รุกล้ำเข้าไปปักหลักปักฐานก่อสร้างร้านค้า
ที่พักอาศัยบริเวณดังกล่าว ก็จะไม่มีเหตุการณ์ความเสียหายเกิดขึ้น
หรือในเมื่อเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันของทั้ง 2 ฝ่าย
แต่ละฝ่ายก็ต้องรับผิดชอบความเสียเอง
"พวก เราชาวศรีสะเกษไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
หากรัฐบาลไทยจะต้องไปจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับร้านค้าของชาวกัมพูชาบริเวณ
ทางขึ้นเขาพระวิหารที่ถูกเพลิงเผาไหม้ในการปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหาร
กัมพูชาดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นการปะทะกันที่สูญเสียทั้ง 2
ฝ่ายและชาวกัมพูชาบุกรุกได้เข้าไปก่อสร้างร้านค้าอยู่ในเขตพื้นที่ที่ยังไม่
มีการปักปันเขตแดนเอง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง " นายบุญมี กล่าว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น