วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ศรีสะเกษพบสงสัยป่วย "ชิคุนกุนยา" อีก 1 ราย-ส่วนผู้ป่วย 2 รายหายปกติแล้ว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤษภาคม 2552 21:56 น.

ศรีสะเกษ - สสจ.ศรีสะเกษ เผย พบผู้ต้องสงสัย ป่วยโรคชิคุนกุนยา อีก 1 ราย
ประวัติเคยไปกรีดยางภาคใต้ ขณะที่ผู้ป่วยเป็นโรคชิคุนกุนยา 2 ราย
เป็นทหาร-ตชด.ที่ไปปฏิบัติหน้าที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
แพทย์ให้การรักษาหายเป็นปกติอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว

วันนี้ (28 พ.ค.) นพ.ประวิ อ่ำพันธุ์
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า
สถานการณ์โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือ โรคชิคุนกุนยา ในจังหวัดศรีสะเกษนั้น
เคยพบผู้ป่วยที่เป็นโรคดังกล่าว 2 ราย
ซึ่งโรคนี้อาการเบื้องต้นไม่ได้ต่างจากไข้หวัดธรรมดาทั่วไป
โดยจากประวัติคนไข้ หนึ่งรายเป็นทหารชาวอำเภอกันทรารมย์
ไปปฏิบัติราชการอยู่ จ.นราธิวาส และ อีกรายเป็นตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)
ชาวอำเภอกันทลักษ์ เช่นกัน ไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ จ.ปัตตานี
ซึ่งคนไข้ทั้ง 2 ราย
แพทย์ได้ทำการรักษาจนหายเป็นปกติและอนุญาตให้กลับบ้านได้ตั้งแต่เมื่อ 2
เดือนที่ผ่านมา

นพ.ประวิ กล่าวต่อว่า
ขณะนี้มีเพียงคนไข้ต้องสงสัยหนึ่งรายที่มีอาการป่วยคล้ายโรคชิคุนกุนยา
เป็นชาวบ้านสะพุง ต.สะพุง อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ
ซึ่งประวัติคนไข้เคยไปรับจ้างกรีดยางพาราที่ภาคใต้หลายจังหวัด
ขณะนี้แพทย์ส่งเลือดไปตรวจวิเคราะห์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์
และกำลังรอผลตรวจให้แน่ใจก่อนจึงจะสรุปได้ว่าคนไข้ป่วยเป็นโรคชิคุนกุนยา
หรือไม่

"ขณะนี้สถานการณ์การระบาดของโรคชิคุนกุนยา ที่ศรีสะเกษ
ยังไม่น่าเป็นห่วง
แต่ก็ได้แจ้งเตือนประชาชนให้ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้าน ชุมชน และ
สถานที่ราชการ สถานศึกษาต่างๆ ทุก 7 วัน หากญาติพี่น้อง
หรือคนใกล้ชิดมีอาการเป็นไข้สูง และมีอาการปวดข้อ
หรือออกผื่นให้รีบไปพบแพทย์ทันที" นพ.ประวิ กล่าว

ศรีสะเกษติวเข้ม "อบต." ทั้งจังหวัด-จัดทำทะเบียนแหล่งน้ำขนาดเล็ก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤษภาคม 2552 18:53 น.
ศรีสะเกษ - สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 5 ร่วม จ.ศรีสะเกษ ติวเข้ม
จนท.โยธา อบต.ทั้งจังหวัด ในการจัดทำทะเบียนแหล่งน้ำขนาดเล็ก
เพื่อดำเนินการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานทางทรัพยากรน้ำในพื้นที่
ได้อย่างถูกต้องตามรูปแบบและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
สามารถนำมาใช้ประโยชน์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

วันนี้ (28 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมพิกุลทอง
โรงแรมพรหมพิมาน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายระพี ผ่องบุพกิจ
ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน
เปิดอบรมเจ้าหน้าที่ด้านช่างโยธาขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ในการจัดทำทะเบียนแหล่งน้ำขนาดเล็ก
ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 5 กรมทรัพยากรน้ำ
จัดขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในความสำคัญของข้อมูลแหล่งน้ำขนาดเล็ก
รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการจัดเก็บแหล่งน้ำขนาดเล็กได้อย่างถูก
ต้อง ตามรูปแบบที่กำหนด
และมีข้อมูลที่ถูกต้องสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นมาตรฐานเดียว
กัน

นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า
การแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ
ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน
ในแง่พฤติกรรมใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า การดูแลรักษาแหล่งน้ำและป่าไม้
อันเป็นแหล่งต้นน้ำ
และในส่วนภาคราชการในแง่ของการกำหนดนโยบายทิศทางบริหารจัดการเพื่อเป็นกรอบ
แนวทาง ให้ประชาชนได้ดำเนินตาม

ส่วนการจัดทำแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลนั้น
จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและข้อมูลประกอบการดำเนินการในหลายด้าน
โดยเฉพาะข้อมูลพื้นฐาน ด้านทรัพยากรน้ำของพื้นที่ แต่ที่ผ่านมา
การจัดการเก็บข้อมูลพื้นฐานทางทรัพยากรน้ำยังคงประสบปัญหาหลายด้าน เช่น
มีหลายหน่วยงานที่จัดเก็บข้อมูล ข้อมูลที่ได้ไม่มีความเชื่อมโยง
และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ขาดความสมบูรณ์ ล้าสมัย
และเกิดความซ้ำซ้อนและไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

"ดังนั้น จึงได้มีการอบรม บุคลากร
ในการจัดทำทะเบียนแหล่งน้ำขนาดเล็ก เพื่อให้ความรู้ เกี่ยวกับแนวทาง
และรายละเอียดการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนแหล่งน้ำขนาดเล็ก
แก่เจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
เพื่อดำเนินการจัดเก็บข้อมูล
ได้อย่างถูกต้องตามรูปแบบที่กำหนดและมีประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน
" นายระพี กล่าว

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เขมรผุดรั้วกั้นเขตแดน "ช่องสะงำ" ศรีสะเกษ-ละเมิดข้อตกลง/เมินคำทักท้วงไทย

ศรีสะเกษ - พ่อค้าชายแดนศรีสะเกษ เผย
เขมรดึงดันสร้างแนวรั้ว-ที่พักอาศัยกั้นเขตแดนบริเวณตลาดด่าน "ช่องสะงำ"
อ.ภูสิงห์ ละเมิดข้อตกลงและไม่สนคำทักท้วงไทย
ทั้งที่เป็นพื้นที่พาทยังไม่ปักปันเขตแดน จี้
รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเจรจาสำรวจปักปันเขตแดนโดยด่วน แฉ
กัมพูชาใช้กลอุบายให้ชาวเขมรบุกแผ้วถางป่าเข้ายึดครองเป็นที่ทำกินรุกล้ำ
อธิปไตยไทยแบบซึมลึก-ตบตาประชาคมโลก


วันนี้ (25 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
จากกรณีฝ่ายประเทศกัมพูชาได้ดำเนินการก่อสร้างแนวรั้วและที่พักอาศัยให้กับ
ชาวกัมพูชา ที่ประกอบอาชีพค้าขายและอาศัยอยู่บริเวณตลาดชายแดนช่องสะงำ
ด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
ตั้งแต่เดือน ม.ค.เป็นต้นมา
ทั้งที่เป็นพื้นที่พิพาทยังไม่มีการปักปันเขตแดนอย่างชัดเจน
ซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างไทย-กัมพูชา ปี 2543
ที่ตกลงร่วมกันว่าทั้ง 2 ประเทศจะไม่รุกล้ำ หรือก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ
ในพื้นที่พิพาทจนกว่าจะเจรจาปักปันเขตแดนแล้วเสร็จ นั้น

นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานชมรมการค้าและการท่องเที่ยวช่องสะงำ
เปิดเผยว่า เรื่องนี้
ทราบว่าได้อยู่ในสายตาของฝ่ายข่าวด้านความมั่นคงฝ่ายไทยมาโดยตลอด
และได้มีการทักท้วงไปยังผู้บริหารทั้งในระดับจังหวัดและผู้บริหารระดับสูง
ของประทศกัมพูชา แต่ฝ่ายกัมพูชาเองกลับไม่สนใจ
และได้ทำการละเมิดข้อตกลงดังกล่าว
ดำเนินการก่อสร้างแนวรั้วขึ้นเหมือนเป็นการประกาศเขตแดนของตัวอย่างชัดเจน

โครงการก่อสร้างแนวรั้วสังกะสีดังกล่าว
ได้เคยถูกระงับการก่อสร้างไปชั่วคราว
หลังจากมีการทักท้วงจากฝ่ายความมั่นคงของไทยไปเมื่อวันที่ 25 ม.ค.2552
ที่ผ่านมา ต่อมาโครงการได้ดำเนินการก่อสร้างต่ออีกตั้งแต่วันที่ 2
ก.พ.ที่ผ่านมา โดยทางฝ่ายกัมพูชา อ้างว่า
ได้เจรจาตกลงกับผู้บังคับบัญชาและนายทหารระดับสูงของฝ่ายไทยแล้ว

"ขณะนี้โครงการก่อสร้างแนวรั้วของฝ่ายกัมพูชาได้ดำเนินการเสร็จแล้ว
โดยเป็นลักษณะแนวรั้วสังกะสีและแผ่นเหล็กยาวไปตามแนวรั้วมีสภาพแข็งแรง
ทนทาน สามารถป้องกันบุคคล
หรือสัตว์ใหญ่ไม่ให้สามารถเข้าออกได้อย่างสะดวก" นายหัตถชัย กล่าว

นายหัตถชัย กล่าวต่อว่า
ขณะนี้รัฐบาลกัมพูชามีนโยบายให้ประชาชนเป็นแนวร่วมในการบุกรุกแผ้วถางป่าไม้
ในเขตชายแดนกัมพูชา-ไทย
พร้อมอนุญาตให้ประชาชนจับจองเป็นพื้นที่ทำกินและปลูกสร้างที่อยู่อาศัย
โดยหวังผลเพื่อต้องการยึดครองพื้นที่บริเวณชายแดนแบบซึมลึก
หากรัฐบาลไทยมีคำสั่งให้กองทัพใช้กำลังทหาร
ในการผลักดันออกไปก็จะถูกประชาคมโลกประณามแต่หากใช้การเจรจาทางการทูต
กัมพูชาก็จะอ้อนขอคะแนนเสียงจากชาวโลก ว่าประชาชนเขามีฐานะยากจน
และมีความต้องการพื้นที่อยู่อาศัยและทำกินจึงได้แอบลักลอบบุกรุกพื้นที่
ป่าไม้ และอาจล่วงล้ำอธิปไตยของไทยบ้าง เพราะไม่ทราบแนวเขตที่ชัดเจน
พร้อมกับพยายามอ้างว่าเรื่องดังกล่าวรัฐบาลไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย
ซึ่งจะกลับกลายเป็นว่าทำให้ประชาคมโลกเข้าใจ
และเห็นใจกัมพูชามากกว่าประเทศไทย

"ทางออกในเรื่องนี้ รัฐบาลไทยควรเร่งดำเนินการเจรจากับฝ่ายกัมพูชา
เพื่อทำการสำรวจปักหลักเขตแดนไทย-กัมพูชา
ในจุดที่เป็นพื้นที่พิพาทชายให้แล้วเสร็จโดยด่วนที่สุด เพราะนอกจาก
จะเป็นการรักษาอธิปไตยของประเทศแล้ว
ยังเป็นการป้องกันการบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามแนวชายแดน
และขอเสนอให้ขึ้นทะเบียนผืนป่าบนเทือกเขาพนมดงรักเป็นมรดกโลกร่วมกันระหว่าง
ไทย-กัมพูชา ต่อไปด้วย" นายหัตถชัย กล่าว

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สสจ.ศรีสะเกษยันตรวจไม่พบเชื้อหวัด 2009

สสจ.ศรีสะเกษยันตรวจไม่พบเชื้อหวัด 2009

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น


น. พ.ประวิ อ่ำพันธุ์ นายแพทย์สาธารสุขจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า
จากที่มีกกระแสข่าวออกไปว่าจังหวัดศรีสะเกษพบผู้ต้องสงสัยป่วยเป็นโรคไข้
หวัด 2009 นั้น ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว
โดยทางโรงพยาบาลศรีสะเกษได้รับคนไข้รายหนึ่งเข้ามา
จากการสอบถามประวัติคนไข้ทราบว่าแม่
ซึ่งเป็นหัวหน้ากรุ๊ปทัวร์เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศจีนมา
ทางโรงพยาบาลจึงได้ทำการป้องกันและแยกเตียงผู้ป่วย
โดยปฏิบัติตามหลักสากลในการป้องกันการแพร่เชื้อไข้หวัด 2009 ทั่วไป
สำหรับผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าจะได้รับเชื้อดังกล่าวมา
แต่หลังจากที่เจาะเลือดไปตรวจ
วิเคราะห์อย่างละเอียดแล้วไม่พบเชื้อไข้หวัด 2009 แต่อย่างใด
จึงได้อนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว น.พ.ประวิ
กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการป้องกันไข้หวัด 2009
ที่ศรีสะเกษได้มีการแจ้งเตือนประชาชนให้ป้องกันตามแนวทางที่มีการแจ้งเตือน
ผ่านสื่อทั่วประเทศทุกประการ
จึงอยากให้ประชาชนได้ตระหนักต่อเรื่องนี้ให้มาก
แต่อย่าได้ตระหนกจนเกินเหตุ
สำหรับใครที่มีอาการไข้ก็ให้แจ้งประวัติให้ทางโรงพยาบาลทราบอย่างละเอียดว่า
มีประวัติเคยเดินทางไปต่างประเทศมาหรือมีญาติหรือคนใกล้ชิดที่พึ่งเดิน
ทางกลับจากประเทศมาหรือไม่
เพื่อจะได้เฝ้าระวังการแพร่เชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ดังกล่าว
และยืนยันอีกครั้งว่าที่จังหวัดศรีสะเกษยังไม่พบผู้ป่วยที่ติดเชื้อแต่อย่าง
ใด

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ศรีสะเกษฮือปิดล้อมอุทยานฯเขาวิหาร-ไล่หน.อุทยานฯร้องคืนที่ดินทำกิน

ศรีสะเกษ- ชาวศรีสะเกษ 4 ตำบล ชายแดนไทย-กัมพูชา
ยกพลบุกปิดล้อมที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
เรียกร้องคืนที่ดินทำกินเดิมหลังถูกประกาศเขตอุทยานฯ
ทับที่ทำดินเดือดร้อนมานาน และให้ย้าย หน.อุทยานฯ กับลูกน้องคนสนิทภายใน
15 วัน

วันนี้ ( 20 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์
จ.ศรีสะเกษ ได้มีชาวบ้านจาก 4 ตำบลในเขต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
ประกอบด้วย ต.รุง ต.เสาธงชัย ต.ละลาย และ ต.ภูผาหมอก ประมาณ 200 คน
นำโดยนายวิชิต ดวงแก้ว อายุ 45 ปี และ นายทองคำ กันทะวงษ์ อายุ 74 ปี
มารวมตัวกันปิดล้อมที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารและปราศรัยผ่านเครื่อง
ขยายเสียงติดตั้งบนรถกระบะ
โจมตีการจับกุมขับไล่ชาวบ้านออกจากที่ทำกินมาหลายชั่วอายุคน
หลังจากประกาศเขตอุทยานฯทับที่ทำกินสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมานาน
หลายปี

โดยมี พ.ต.ท.ทิพย์พงษ์ ทิพย์เกสรสารวัตรใหญ่ สภ.บึงมะลู
นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมารักษาความสงบเรียบร้อย

นายวิชิต ดวงแก้ว อายุ 45 ปี ตัวแทนเกษตรกร
แกนนำชาวบ้านในครั้งนี้ กล่าวว่า
การประกาศแนวเขตทอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ปี 2541 ไม่ชัดเจน
ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารผิดพลาด
ในการขับไล่จับกุมชาวบ้าน ทั้งที่เขตอุทยานฯ
ไปทับที่ทำกินของชาวบ้านซึ่งได้เข้าทำกินมาก่อนหลายชั่วอายุคน

ดังนั้น พวกเราจึงขอเรียกร้องให้ส่วนราชการที่กี่ยวข้องดำเนินการดังนี้คือ
1. ขอที่ดินทำกินที่เป็นร่องรอยการทำกินมาก่อนปี 2540 2.
ให้ทางราชการจัดหาที่ดินทำกินใหม่ในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ 3.
ให้ทำการปักปันเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารใหม่เพื่อไม่ให้ทับที่ดินทำกิน
ของประชาชน 4. ให้ย้ายนายสุวรรณ วัฒนพิทักษ์พงษ์
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารและนายสวัสดิ์
เจ้าหน้าที่อุทยานฯออกจากเขตพื้นที่อุทยานฯ ภายใน 15 วัน และ 5.
ให้สร้างป่าเศรษฐกิจชุมชนร่วมกับประชาชนและร่วมกันป้องกันพิทักษ์ป่าให้
สมบูรณ์

ทางด้าน นายวีระยุทธ ดวงแก้ว กำนันตำบลเสาธงชัย อ.กันทรลักษ์
จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ชาวบ้าน 4 ตำบล
ได้พากันเข้าไปทำกินบริเวณตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร
มานานแล้ว แต่เมื่อมีการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารในปี 2541
ทำให้ที่ดินทำกินของชาวบ้านต้องสูญหายไป
ชาวบ้านทุกคนต้องการเพียงที่ดินทำกินเดิมเท่านั้นและไม่ประสงค์จะรุกล้ำเข้า
ไปในเขตอุทยานฯเพิ่มเติมแต่อย่างใด

"ปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจชาวบ้านมาก
เพราะเป็นเรื่องปากท้องของชาวบ้าน
จึงขอวอนให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือชาวบ้าน 4
ตำบลนี้ด่วนด้วย" นายวีระยุทธ กล่าว

ต่อมา จ.อ.เกริกชัย ผ่องแผ้ว ปลัดอาวุโสอำเภอกันทรลักษ์
ได้เดินทาง รับหนังสือข้อเรียกร้องนจากตัวแทนของชาวบ้านและกล่าวกับชาวบ้านที่มาชุมนุม
ว่า จะนำข้อเรียกร้องทั้งหมดรายงานให้นายอำเภอกันทรลักษ์เพื่อได้เสนอรายงานให้
ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านโดยด่วนต่อไป
เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ
และจะได้แจ้งผลการดำเนินการให้ชาวบ้านที่มาชุมนุมทราบโดยด่วนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า
หลังได้รับฟังการชี้แจงแล้วทำให้ชาวบ้านพอใจและพากันเดินทางกลับเพื่อรอฟัง
ผลการพิจารณาดำเนินการของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

สสจ.ศรีสะเกษยันผลตรวจผู้ต้องสงสัย - ไม่พบเชื้อไข้หวัดใหญ่2009

ศรีสะเกษ - นพ.สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ
ยันผลการตรวจพิสูจน์ผู้ต้องสงสัยไม่พบเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ที่ จ.ศรีสะเกษ

วันนี้ ( 20 พ.ค.) เมื่อเวลา 18.45 น. นพ.ประวิ อ่ำพันธ์
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า
จากกรณีที่ได้พบผู้ป่วยต้องสงสัยเป็นหญิงสาวอายุ 17 ปี
มีอาการป่วยคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ จ.ศรีสะเกษ นั้น
ตนได้ร่วมกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษทำการตรวจสอบประวัติของผู้ต้อง
สงสัยแล้วพบว่า อยู่ในข่ายที่ต้องเฝ้าระวัง
เนื่องจากแม่ของหญิงสาวคนดังกล่าวเพิ่งกลับจากการไปเที่ยวประเทศจีน
ซึ่งทางโรงพยาบาลศรีสะเกษ
ได้ทำการแยกผู้ป่วยรายนี้ไว้เป็นการเฉพาะเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ

พร้อมทั้งโรงพยาบาลศรีสะเกษได้ส่งตัวอย่างน้ำลาย
และเลือดของผู้ป่วยไปตรวจพิสูจน์ยังห้องปฏิบัติการและผลการตรวจพิสูจน์ไม่พบ
ว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่อย่างใด
รวมทั้งผู้ต้องสงสัยอีกรายหนึ่งที่ต้องสงสัยว่าป่วยเป็นโรคไข้หวัดนก
ผลการตรวจพิสูจน์ก็ไม่พบเชื้อโรคไข้หวัดนกเช่นกัน
และขณะนี้ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 ราย
แพทย์ได้อนุญาตให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านเรียบร้อยแล้ว

"อย่างไรก็ตามประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป
เพราะโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ถือว่าน่ากลัวน้อยกว่าโรคฉี่หนูด้วยซ้ำไป
เนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่อัตราการเสียชีวิตไม่สูงมากนัก
และได้สั่งการให้หน่วยงานสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษทุกแห่งให้
ช่วยกันเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเต็มที่แล้ว" นพ.ประวิ กล่าว

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ชาวชายแดนศรีสะเกษ 3 ตำบล ม็อบเรียกร้องที่ดินทำกินรอบเขาวิหาร

ศรีสะเกษ - ชาวบ้าน 3 ตำบล อ.กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ
ชุมนุมเรียกร้องที่ดินทำกินรอบอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
ระบุทำกินมานานหลายชั่วอายุคนแต่ถูกประกาศเขตอุทยานฯทับที่ดินทำกินและผลัก
ดันขับไล่จากพื้นที่
แกนนำวอนรัฐจัดสรรที่ดินให้เข้าทำกินเลี้ยงครอบครัวไม่ต้องการเอกสารสิทธิ
ขู่หากรัฐบาลไม่ตอบสนองระดมพลปิดล้อมที่ทำการอุทยานฯ ต่อสู้จนถึงที่สุด

วันนี้ (19 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณศาลาประชาคม
บ.ภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษได้มีชาวบ้าน จาก 3 ตำบล
คือ ต.ภูผาหมอก ต.เสาธงชัย และ ต.โคกสะอาดประมาณ 300 คน นำโดย นายทองคำ
นันทะวงษ์ อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 133 ม.12 ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์
และ นายวิสิทธิ์ ดวงแก้ว อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ม.9 ต.เสาธงชัย
อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษได้พากันมาชุมนุมปราศรัย
เรียกร้องให้รัฐจัดสรรที่ดินตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
บริเวณรอบอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์
ให้ชาวบ้านเข้าไปทำกินเพื่อเลี้ยงชีพและครอบครัว

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้พากันบุกเบิกแผ้วถางป่าเข้าทำไร่ทำสวน
ในที่ดินตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชารอบเขาพระวิหารมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว
แต่ต่อมาปี 2541 ทางอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้ประกาศเขตอุทยานฯ
ทับที่ทำกินของชาวบ้านดังกล่าว
และผลักดันออกจากพื้นที่ทำให้ชาวบ้านไม่มีที่ดินทำกิน

นายทองคำ นันทะวงษ์ อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 133 ม.12
ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ แกนนำ กล่าวว่า
ตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อของตนได้พาญาติพี่น้องเข้าไปบุกเบิกแผ้วถางป่าตามแนวชาย
แดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านเฝ้าไร่
ทิศใต้อยู่ติดกับพลาญเขียดและทิศตะวันออกอติดกับห้วยตาขบ พื้นที่ประมาณ
10 ไร่ เพื่อปลูกปอ อ้อย มะม่วง นำเอาผลิตไปขายเลี้ยงครอบครัว แต่ต่อมา
ปี 2541 ได้มีเจ้าหน้าที่ของอุทยานห่างชาติเขาพระวิหารมาแจ้งให้ทราบว่า
บริเวณที่พวกตนทำกินอยู่ เป็นเขตอุทยานฯ
และได้ผลักดันให้ออกไปอยู่นอกเขตพื้นที่
หากใครไม่ยินยอมจะถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายและถูกยึดเอาอุปกรณ์
เครื่องมือต่าง ในการทำไร่ ทำสวนทั้งหมด

ทางด้าน นายวิสิทธิ์ ดวงแก้ว อายุ 45 ปี
แกนนำชาวบ้านอีกคนกล่าวว่า
พวกตนและชาวบ้านทุกคนไม่มีที่ดินไปทำกินอีกแล้ว
เพราะเคยทำกินในบริเวณชายแดนเขต 3 ตำบลที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย -
กัมพูชาติดกับเขาพระวิหารมานาน
เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ขับไล่ออกจากที่ดินทำกินทำให้พวกเราได้รับความเดือดร้อน
มาก ซึ่งพวกตนไม่ต้องการเรียกร้องให้ได้เอกสารสิทธิที่ดิน แต่อย่างใด
เพียงแค่ขอที่ดินทำกินตรงบริเวณเดิมที่เคยทำกินเลี้ยงชีพมานานหลายชั่วอายุ
คนเท่านั้น

"หาก ข้อเรียกร้องของพวกเราไม่ได้รับการตอบสนองจากทางราชการ
จะรวมตัวกันไปประท้วงปิดล้อมที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
เพื่อกดดันให้รัฐบาลได้แก้ปัญหาความเดือดร้อนด้วยการให้ชาวบ้านเข้าไปทำกิน
ในที่ดินเดิมของพวกเราอย่างถึงที่สุด" นายวิสิทธิ์ กล่าว

ขณะที่ นายเดชา มีแยบ เจ้าพนักงานป่าไม้ ชำนาญงาน
อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
ได้มาพบปะกับชาวบ้านเพื่อรับทราบข้อเรียกร้องและปัญหาความเดือดร้อน
พร้อมเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา
ชาวบ้านกลุ่มนี้ได้เคยมายื่นหนังสือเรียกร้องขอที่ดินทำกินกับหัวหน้าอุทยาน
แห่งชาติเขาพระวิหารซึ่งทางอุทยานฯได้เสนอหนังสือไปยังหน่วยเหนือเพื่อให้
พิจารณาสั่งการต่อไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา

"วันนี้ จึงแจ้งให้ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนและมาชุมนุม
ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาสรุปข้อเรียกร้องเพื่อจะได้จัดให้มีการประชุมร่วม
กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งจะรายงานเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบเพื่อพิจารณาสั่งการแก้ไข
ปัญหาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนต่อไป" นายเดชา
กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า นายทองคำ นันทะวงษ์
แกนนำชาวบ้านผู้เดือดร้อน
ได้นัดหมายกันเพื่อประชุมร่วมกันที่บ้านของกำนันตำบลเสาธงชัย
เพื่อสรุปข้อเรียกร้องเสนอต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและยืนยันว่าจะ
ร่วมกันต่อสู้เรื่องนี้อย่างถึงที่สุดจนกว่าทุกคนจะได้ที่ดินกลับคืนมาทำกิน
เช่นเดิมต่อไป

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

"รมว.ยุติธรรม"ควง"รมช.สธ."บุก"เขาวิหาร" - มอบสิ่งของบำรุงขวัญทหารไทย

ศรีสะเกษ - "รมว.ยุติธรรม" ควง "รมช.สาธารณสุข" นำรถมอเตอร์ไซค์-
เวชภัณฑ์- ผลไม้และเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบสร้างขวัญกำลังใจทหารไทยตรึงกำลังบริเวณ
ชายแดนเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ
พร้อมมอบให้ทหารกัมพูชาสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน
ชี้การเปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารให้ปชช.-นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชม
เป็นอำนาจของ "แม่ทัพภาค 2"

วันนี้ (16 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.
ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ นายมานิตย์ นพอมรบดี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะ ได้นำรถจักรยานยนต์ จำนวน 7
คัน พร้อมด้วยเวชภัณฑ์ยารักษาโรค ผลไม้ และเครื่องอุปโภคบริโภค มอบให้กับ
พล.ต.ชวลิต ชุนประสาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี
เพื่อนำเอาไปแจกจ่ายให้กับทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ตรึงกำลังอยู่บริเวณเขา
พระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ศรีสะเกษ
เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่ทหารไทยทุกนาย

ต่อมาเวลา 11.00 น.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะ
ได้เดินทางไปที่บริเวณฐานปฏิบัติการ ตชด. เก่า
ซึ่งเป็นจุดที่ทหารไทยตรึงกำลังอยู่กับทหารกัมพูชาทางด้านทิศตะวันตกของเขา
พระวิหาร โดยคณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ได้นำเอาผลไม้และเครื่องเวชภัณฑ์ยารักษาโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งยากันยุง
น้ำยาชุบมุ้งกันยุงจำนวนหนึ่งมอบให้กับทหารไทยทุกฐานปฏิบัติการที่ตรึงกำลัง
อยู่บริเวณชายแดนรอบเขาพระวิหาร

พร้อมทั้งได้จัดเวชภัณฑ์
ยากันยุงและน้ำยาชุบมุ้งกันยุงจำนวนหนึ่งมอบให้กับทหารกัมพูชาที่ตรึงกำลัง
อยู่บริเวณชายแดนรอบเขาพระวิหารเช่นกัน
ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันระหว่างทหารไทยกับ
ทหารกัมพูชา ซึ่ง พ.อ.ภาค สุเพ็ญ หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย
เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำเอาไปแจกจ่ายให้กับทหารกัมพูชาต่อไป

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
กล่าวว่า การนำสิ่งของมามอบให้กับทหารไทยในครั้งนี้
เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารไทยทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่
บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร
อีกทั้งได้พูดคุยกับนายทหารของกัมพูชาและนายทหารของไทย
ขอให้เจรจากันด้วยสันติวิธีหากมีเหตุการณ์ที่ผิดปกติเกิดขึ้น
ทั้งนี้เพื่อไม่ให้มีการใช้อาวุธปะทะกันซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นทั้ง
2 ฝ่าย

ส่วนเรื่องการเปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
อ.กันทรลักษ์จ.ศรีสะเกษ
เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมนั้น
เรื่องนี้เป็นอำนาจของทางแม่ทัพภาคที่ 2 ที่จะให้ความเห็นชอบ
ซึ่งหากทางกองทัพภาคที่ 2 เห็นว่าเหตุการณ์ปกติดีแล้ว
ก็อาจอนุญาตให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปขึ้นไปเที่ยวชมบนอุทยานแห่ง
ชาติเขาพระวิหารได้
แต่อย่างไรก็ตามคงต้องพิจารณาถึงความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนและนัก
ท่องเที่ยวเป็นสำคัญอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ศรีสะเกษค้านจ่ายเขมร 70 ล.เพลิงเผาร้านค้า "เขาวิหาร"- ชี้ กัมพูชาผิดรุกล้ำ พท.ยังไม่ปักเขตแดน

ศรีสะเกษ - ชาวศรีสะเกษค้านจ่ายเงินค่าชดเชยให้กัมพูชา
กรณีร้านค้าเชิงบันไดทางขึ้นเขาพระวิหารถูกเพลิงเผาวอดในเหตุการณ์ทหารไทย
-กัมพูชาปะทะเดือด ชี้เป็นเหตุการณ์ปะทะเกิดความสูญเสียทั้ง 2
ฝ่ายต่างฝ่ายต้องรับผิดชอบเอง
ระบุที่สำคัญเขมรบุกรุกล้ำเข้าไปสร้างร้านค้าชุมชนในพื้นที่ที่ยังไม่ปักปัน
เขตแดน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาที่ตรึงกำลังอยู่บริเวณชาย
แดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 3
เม.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ทหารไทยและกัมพูชาต่างเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
ล่าสุดทางฝ่ายรัฐบาลกัมพูชาได้เรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายค่าชดเชยให้กับรัฐบาล
กัมพูชาประมาณ 70 ล้านบาท
โดยอ้างว่าถูกทหารไทยยิงถล่มและเกิดเพลิงลุกไหม้ทำให้ร้านค้าชาวกัมพูชาที่
บริเวณทางขึ้นเขาพระวิหารได้รับความเสียหายยับเยิน
จากเหตุการณ์ปะทะกันดังกล่าวนั้น

ล่าสุด วันนี้ (14 พ.ค.) นายบุญมี บัวต้น
นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
ซึ่งเป็นตำบลอยู่ติดกับแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร กล่าวว่า
การที่ทางฝ่ายกัมพูชาเรียกร้องค่าเสียหายจากฝ่ายไทยนั้น
ไม่เข้าใจว่าทางฝ่ายกัมพูชาคิดได้อย่างไรเพราะไม่ทราบว่าทางฝ่ายกัมพูชาเสีย
หายอะไร และเอาอะไรมาเป็นตัวตั้งในการกำหนดค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ซึ่งตนไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งหากรัฐบาลไทยจะทำการจ่ายเงินค่าเสียหายให้
กับฝ่ายกัมพูชา เพราะไม่ทราบว่าต้องจ่ายเป็นค่าอะไร
เนื่องจากฝ่ายไทยก็ได้รับความเสียหายมีทหารไทยได้รับบาดเจ็บเสียชีวิต
และอาคารสำนักงานบนอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์
ถูกกระสุนปืนพังเสียหายเช่นกัน

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ตามข้อเท็จจริงของสถานการณ์แล้วเป็นการปะทะ
กันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา
ต่างฝ่ายต่างก็ต้องรับผิดชอบในการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินในฝ่ายของตัวเอง
หรือรับผิดชอบของใครของมัน" นายบุญมี กล่าว

นายบุญมี กล่าวต่อว่า
ที่สำคัญร้านค้าของชาวกัมพูชาที่เข้าไปก่อสร้างจนกลายเป็นชุมชนจำหน่าย
สินค้า บริเวณเชิงบันไดทางขึ้นเขาพระวิหารนั้น
เป็นการรุกล้ำเข้าไปก่อสร้างในพื้นที่ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดน
ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
และตามคำพิพากษาของศาลโลกแล้วเขตแดนดังกล่าวถือว่าเป็นของประเทศไทยอย่าง
ชัดเจน ซึ่งฝ่ายไทยยึดถือเช่นนั้นมาโดยตลอด
ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาก็บอกว่าเป็นเขตแดนของกัมพูชา
จึงเป็นปัญหาข้อพิพาทระหว่างกันยืดเยื้อมายาวนาน

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลกัมพูชาไม่ใช้กลวิธีให้ชาวกัมพูชา
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครอบครัว ทหาร รุกล้ำเข้าไปปักหลักปักฐานก่อสร้างร้านค้า
ที่พักอาศัยบริเวณดังกล่าว ก็จะไม่มีเหตุการณ์ความเสียหายเกิดขึ้น
หรือในเมื่อเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันของทั้ง 2 ฝ่าย
แต่ละฝ่ายก็ต้องรับผิดชอบความเสียเอง

"พวก เราชาวศรีสะเกษไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
หากรัฐบาลไทยจะต้องไปจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับร้านค้าของชาวกัมพูชาบริเวณ
ทางขึ้นเขาพระวิหารที่ถูกเพลิงเผาไหม้ในการปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหาร
กัมพูชาดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นการปะทะกันที่สูญเสียทั้ง 2
ฝ่ายและชาวกัมพูชาบุกรุกได้เข้าไปก่อสร้างร้านค้าอยู่ในเขตพื้นที่ที่ยังไม่
มีการปักปันเขตแดนเอง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง " นายบุญมี กล่าว

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ศรีสะเกษเดินหน้าสร้างหน่วยเผชิญเหตุ "หนึ่งตำบล หนึ่งทีมกู้ภัย"

ศรีสะเกษ - ปภ.ศรีสะเกษ
เดินหน้าฝึกอบรมสร้างหน่วยเผชิญเหตุประจำตำบล "หนึ่งตำบล
หนึ่งทีมกู้ชีพกู้ภัย"
ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถนำส่งสถานบริการสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย

วันนี้ (4 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่ห้องประชุมสนามยิงปืนสถาบันพลศึกษาวิทยาเขตศรีสะเกษ นายเสนีย์
จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดการอบรม "หนึ่งตำบล
หนึ่งทีมกู้ชีพกู้ภัย" ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
จ.ศรีสะเกษ จัดขึ้น เพื่อสร้างทีมกู้ภัยหรือหน่วยเผชิญเหตุประจำตำบล
ให้มีความรู้ความสามารถ
และทักษะในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งเสริมสร้างความรู้และทักษะให้กับผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับ
เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้น
และสามารถนำส่งสถานบริการสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

โดยมีเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ของ
องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ต่างๆ ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ
เข้ารับการอบรมจำนวนมาก ซึ่งนายอำนวย ทองบ่อ
หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ศรีสะเกษ ได้นำคณะวิทยากร
มาให้ความรู้แก่ผู้เข้าอบรม

นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า โครงการ
หนึ่งตำบล หนึ่งทีมกู้ชีพกู้ภัย เป็นโครงการที่จัดขึ้น
เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธ.ค.2550
เป็นโครงการที่จัดทำขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพ การค้นหา
ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากอุบัติเหตุ และสาธารณภัย
ที่สร้างความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมากทุกปี

ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเครือข่ายการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ครอบคลุม
พื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในระดับตำบล
จะต้องมีทีมกู้ภัยหรือหน่วยเผชิญเหตุประจำตำบล ที่มีความรู้
ทั้งในด้านกู้ชีพและกู้ภัย เพื่อจัดการเหตุฉุกเฉินเบื้องต้น
ทั้งในด้านกรณีการเกิดอุบัติเหตุจราจรหรือเหตุด่วนสาธารณภัย
รวมทั้งกรณีที่มีผู้ป่วยฉุกเฉิน
ก็สามารถจะนำส่งไปยังแพทย์ได้โดยเร็วและถูกต้องตามหลักการปฐมพยาบาล
ซึ่งท้องถิ่นจะต้องมีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งทีมกู้ชีพกู้ภัย
หน่วยเผชิญเหตุประจำตำบล เพื่อพัฒนาเป็นเครือข่ายการทำงานร่วมกันต่อไป


ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000049987

ฉาวโฉ่! อปท.ศรีสะเกษโวยอ้างชื่อ "บิ๊ก" ยัดเยียดโต๊ะ/เก้าอี้ นร.26 ล้าน - ผู้ว่าฯ เต้นสั่งสอบ

ศรีสะเกษ - ฉาวโฉ่! นายกเทศมนตรีและนายก อบต.ศรีสะเกษ
โวยลั่นบริษัทอ้างชื่อ "บิ๊ก" ในจังหวัด
ขนโต๊ะ-เก้าอี้-ตู้เก็บอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนเด็ก
นร.ปฐมวัยต่ำมาตรฐานตระเวนยัดเยียดให้รับมอบถึงที่
ทั้งที่ยังไม่ได้รับจัดสรรงบฯ และจัดซื้อจัดจ้าง
อปท.หลายแห่งแจ้นส่งคืนเหตุไม่ทราบที่มาที่ไปของสินค้าปริศนา ด้านผู้ว่าฯ
เต้นสั่งตั้ง กก.สอบด่วน เผยกรมส่งเสริมฯ จัดสรรงบฯ 26
ล้านโอนให้เทศบาล-อบต.ทุกแห่งจัดซื้อเองตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด
เตือน อปท.อย่าหลงเชื่ออ้าง "ชื่อบิ๊ก" หาผลประโยชน์เด็ดขาด

วันนี้ (6 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ขณะนี้ปรากฏว่าได้มีรถบรรทุกของบริษัทเอกชน นำโต๊ะพร้อมเก้าอี้
สำหรับเด็กปฐมวัยขนาด 6 ที่นั่งจำนวน 4 ชุด และ
ตู้เก็บอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน จำนวน 1 หลัง ไปส่งมอบให้กับเทศบาล และ
องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เกือบทุกแห่งในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ
โดยที่ผู้บริหารและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านี้ยังไม่ได้การจัดซื้อจัด
จ้างตามระเบียบทางราชการแต่อย่างใด

ส่งผลให้บรรดานายกเทศมนตรี และนายก อบต.ต่างๆ
พากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากไม่ทราบมาก่อนว่า โต๊ะ
เก้าอี้ และตู้เหล่านี้มาจากที่ใด ใครหรือหน่วยงานไหนเป็นผู้ที่จัดซื้อ
อีกทั้งไม่ได้มีการกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะ
หรือสเปกมาให้ด้วยว่าสิ่งของที่จัดส่งมามีจำนวนเท่าใด
และหน่วยงานไหนจัดซื้อส่งมาให้

ทั้งนี้ ตามปกติแล้วการจัดซื้อสินค้าเป็นอำนาจของนายกเทศมนตรีและนายกอบต.ที่สามารถ
สั่งซื้อได้เองอยู่แล้ว
โดยดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของทางราชการ
และจะต้องมีการจัดสรรงบประมาณลงมาให้ก่อน แต่โต๊ะเก้าอี้และตู้ดังกล่าว
ทางเทศบาลและ อบต.ไม่ได้ทำการจัดซื้อจัดจ้าง
กลับมีการนำมาส่งมอบให้โดยที่ไม่ทราบที่มาที่ไป ซึ่ง
อบต.หลายแห่งไม่กล้ารับและได้ให้รถบรรทุกที่มาส่งนำเอากลับคืนไปทันที

นายดวงพิชิต จันทา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบก อ.โนนคูณ
จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ช่วงที่มีรถบรรทุกนำเอาโต๊ะเก้าอี้
และตู้เก็บอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยดังกล่าวมาส่งให้ อบต.บก
นั้นตนไม่อยู่ไปติดต่อราชการที่ที่ว่าการอำเภอโนนคูณ
โดยแจ้งว่าเป็นการจัดซื้อมอบให้กับศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยทุกแห่งในเขต
อบต.บกที่มีอยู่จำนวน 3 ศูนย์ ซึ่งสินค้าที่นำเอาส่งมี 3 ชุด
แต่ละชุดประกอบด้วย ตู้ไม้อัด 1 หลัง โต๊ะ 4 ตัว และ เก้าอี้ 24 ตัว
ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าใครจัดซื้อให้และใช้เงินงบประมาณส่วนใดในการจัดซื้อ
เพราะ ทางอบต.บก
ไม่ได้สั่งซื้อและไม่ได้มีการตั้งงบประมาณไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณของอบต.บก
แต่อย่างใด

"คาด ว่าเป็นการจัดซื้อจากหน่วยเหนือและส่งมาให้
ซึ่งไม่มีการกำหนดคุณลักษณะแจ้งมาให้ อบต.ทราบแต่อย่างใด
และจากการสอบถามไปยังนายก อบต.หลายแห่งในเขต อ.โนนคูณ
ก็ได้รับโต๊ะเก้าอี้ และ ตู้ดังกล่าวเช่นกัน
ซึ่งทางอบต.เราได้เก็บเอาไว้แต่ยังไม่แจกจ่ายไปให้ศูนย์เด็กปฐมวัยทั้ง 3
แห่ง เพราะยังไม่ทราบว่าใครจัดซื้อส่งมาให้และใช้งบประมาณส่วนใด
อีกทั้งยังไม่มีหนังสือแจ้งมาจากหน่วยเหนือให้รับมอบไว้แต่อย่างใด"
นายดวงพิชิต กล่าว

นายจุมพล สมทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ
กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ทางเทศบาลได้รับโต๊ะเก้าอี้และตู้
สำหรับเด็กปฐมวัยเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่พัสดุได้เซ็นรับในใบส่งของเอาไว้
และตนได้รับโทรศัพท์จากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งแจ้งว่า ขอให้รับสินค้าเอาไว้
เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่ "ผู้ใหญ่" คนหนึ่งจัดหามาให้
แต่ตนไม่ได้รับหนังสือสั่งการจากหน่วยเหนือให้รับสินค้าไว้
หรือว่าให้ดำเนินการจัดซื้อสินค้าเหล่านี้แต่อย่างใด

"จึงไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างใดกับสินค้าเหล่านี้
เนื่องจากทางเทศบาลเมืองคงไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ
ของทางราชการและไม่ทราบหน่วยงานใดจัดซื้อมาให้ด้วย" นายจุมพล กล่าว

ขณะที่ นายปุน เครือแสง ส.อบต.จิกสังข์ทอง ม.9 อ.ราษีไศล
จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ทางอบต.จิกสังข์ทอง ก็ได้รับโต๊ะเก้าอี้และตู้
มาไว้ใน อบต.เช่นกัน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า
เก้าอี้และโต๊ะค่อนข้างเล็กมาก เด็กคงต้องนั่งเบียดเสียดกัน
และสินค้าไม่ค่อยมีคุณภาพเพราะว่าเหล็กที่ทำโครงสร้างของโต๊ะเก้าอี้ค่อน
ข้างบางไม่แข็งแรงเท่าที่ควร
หากเด็กนักเรียนนั่งโยกไปมาเก้าอี้อาจขาหักลงได้

"โต๊ะเก้าอี้และตู้เหล่านี้ ทาง อบต.ไม่ได้จัดซื้อ และ
ไม่มีใครทราบใครจัดซื้อส่งมาให้
ซึ่งการนำเอาสินค้ามาส่งให้โดยที่ยังไม่ได้ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างนี้ถือว่า
เป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ
และอาจมีความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้
ซึ่งจะได้หารือเรื่องนี้กับนายก อบต.เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาต่อไป" นายปุน
กล่าว

ทางด้าน นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
เปิดเผยว่า งานเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่นได้มอบหมายให้ นายวิศว
ศะศิสมิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้กำกับดูแล
และจากที่ได้ตรวจสอบแล้วทราบว่า เรื่องดังกล่าว
กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
ได้แจ้งการจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจค่าครุภัณฑ์สำหรับศูนย์พัฒนา
เด็กเล็ก (ที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1 ล้านบาท) ประจำปีงบประมาณ 2552
ตามหนังสือที่ มท 0893.4/ว 377 ลงวงวันที่ 25 ก.พ.2552
โดยให้จังหวัดศรีสะเกษ แจ้ง เทศบาล
อบต.ที่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและได้รับจัดสรรงบประมาณดังกล่าว

โดย ในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ มีเทศบาล และ
อบต.ได้รับงบประมาณรวมทั้งสิ้นประมาณ 26,555,000 บาท ซึ่งทางจังหวัดฯ
ได้มีการแจ้งผลการจัดสรรงบประมาณลงไปให้นายอำเภอทุกอำเภอของ จ.ศรีสะเกษ
แล้ว ตามหนังสือที่ ศก 0037.3/ว911 ลงวันที่ 17 มี.ค.52

นายเสนีย์กล่าวต่อว่า ทางจังหวัดฯ
แจ้งให้ทุกอำเภอแจ้งให้ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
ที่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจัดซื้อสินค้าดังรายการต่อไปนี้
1.โต๊ะพร้อมเก้าอี้ สำหรับเด็กปฐมวัย ขนาด 6 ที่นั่ง จำนวน 4 ชุด
งบประมาณ 20,000 บาท 2.ตู้เก็บอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน จำนวน 1 หลัง
งบประมาณ 5,000 บาท
โดยให้ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือปฎิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า
ด้วยการพัสดุ ของ
อปท.อย่างเคร่งครัดโดยไม่ต้องตราเป็นเทศบัญญัติหรือข้อบัญญัติงบประมาณราย
จ่ายประจำปี

พร้อมทั้งให้รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างและผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณ
ให้จังหวัดทราบทุกวันที่ 20 ของเดือน
จนกว่าการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและเบิกจ่ายแล้วเสร็จ

นายเสนีย์กล่าวต่อว่า การที่มีบริษัทขายสินค้านำเอาชื่อ "ผู้ใหญ่"
ในจังหวัดศรีสะเกษไปแอบอ้างบังคับให้ซื้อสินค้าโต๊ะเก้าอี้และตู้
ของบริษัทตัวเองนั้นขอฝากเตือนว่าอย่าไปหลงเชื่ออย่างเด็ดขาด
เนื่องจากได้มีการแจ้งการจัดสรรเงินงบประมาณส่วนนี้ไปให้ทุก
อปท.ในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเองแล้ว

ส่วนที่มีการนำเอาสินค้าไปส่งให้ก่อนโดยที่ทาง
อปท.ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างนั้น
จะสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เพื่อความเป็น
ธรรมและโปร่งใสอย่างเต็มที่ต่อไป

"ขอ ย้ำว่าอำนาจการจัดซื้อจัดจ้างโต๊ะเก้าอี้และ
ตู้เก็บอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ทั้งหมดตามงบประมาณนี้เป็นอำนาจของนายกเทศมนตรีและนายก อบต.ทุกแห่ง
ที่จะต้องจัดซื้อด้วยตนเองเท่านั้น" นายเสนีย์ กล่าวในตอนท้าย

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050718