วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ผู้ป่วยหวัด 09 ศรีสะเกษเพิ่มรายวัน รวม 27 คน - ห้างดังท้องถิ่นเข้มคัดกรองพนักงาน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กรกฎาคม 2552 12:10 น.

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นพ.ประวิ อ่ำพันธ์ สสจ.ศรีสะเกษ
ศรีสะเกษ - ห้างฯ ดังศรีสะเกษ คุมเข้มคัดกรองพนักงานทุกวัน
สั่งทำความสะอาดโรงหนังทุกรอบ หมั่นเช็ดเก้าอี้และเปิดให้อากาศถ่ายเท
ด้าน นพ.สสจ.ศรีสะเกษ เผยผู้ป่วยเพิ่มรายวัน 1-2 คน ยอดรวมทั้งจังหวัด 27
คน ชี้อาการไม่รุนแรงควบคุมได้ ขณะผู้ป่วยหนักสุดจากโรคเบาหวานแทรกซ้อน
อาการดีขึ้นมากแล้ว

วันนี้ (24 ก.ค.) นายสุรพจน์ พัวไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท
ซุ่นเฮงพลาซ่า จำกัด อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ
เจ้าของห้างสรรพสินค้าทอ้งถิ่นชื่อดัง จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ในขณะนี้ห้างซุ่นเฮงพลาซ่าไม่ได้นิ่งนอนใจ
ได้กำชับให้ฝ่ายบุคคลตรวจคัดกรอง
พนักงานของห้างฯเป็นรายคนทุกวันว่ามีใครมีอาการป่วยเป็นไข้ไม่สบายหรือไม่
หากพบพนักงานคนใดมีอาการไข้เล็กน้อยจะจัดยาแก้ไข้ให้รับประทาน
แต่ใครมีไข้สูง ไอ
จามอยู่ตลอดจะให้พนักงานคนนั้นลาหยุดรักษาและนอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน
จนกว่าอาการจะดีขึ้นและหายเป็นปกติจึงอนุญาตให้กลับมาทำงานใหม่

นายสุพจน์กล่าวต่อว่า สำหรับ
ในส่วนโซนคอมเพล็กซ์ของห้างซุ่นเฮงพลาซ่า
โดยเฉพาะโรงภาพยนตร์ได้สั่งให้พนักงานทำความสะอาดทุกรอบและเช็ดถูกเก้าอี้
อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งทำการเปิดพักโรงหนังเป็นช่วง ๆ เพื่อให้อากาศถ่ายเท

อย่างไรก็ตาม
จากการที่สังเกตดูคนต่างจังหวัดยังไม่ตื่นตัวกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 มากนัก จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้กับผู้บริโภคที่เข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าในห้างร้าน
ต่างๆ ที่มีคนหมู่มาก ให้ป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่นี้ด้วย
หากใครรู้ตัวว่าไม่สบายก็ควรอยู่บ้าน แต่หากจำเป็นต้องออกมาเดินห้างฯ
ควรใส่หน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนอื่น

"ทั้ง นี้ เพราะทางห้างฯ ควบคุมได้เฉพาะกับพนักงานเท่านั้น
แต่จะไม่ก้าวล่วงสิทธิส่วนบุคคลของลูกค้าจึงอยากให้ลูกค้ามีจิตสำนึกร่วม
ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ด้วย" นายสุพจน์ กล่าว

ทางด้าน นพ.ประวิ อ่ำพันธ์ นายแพทย์สาธารสุขจังหวัดศรีสะเกษ
กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่
จ.ศรีสะเกษ ยอมรับว่าพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวันแต่ไม่มากเฉลี่ยวันละ 1-2
คน อาการส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและสามารถควบคุมได้
โดยส่วนหนึ่งรักษาหายแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว และ
กรณีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงเนื่องจากมีภาวะโรคเบาหวานแทรกซ้อนล่าสุดขณะนี้
อาการดีขึ้นมากแล้ว

สำหรับยอดผู้ป่วยนั้น
กระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งให้สรุปยอดผู้ป่วยสัปดาห์ละครั้งคือทุกวันพุธ
เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนกจนเกินไป ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า
ล่าสุดขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ แล้ว จำนวน 27 ราย

ม็อบครู-นร.-ชาวบ้านศรีสะเกษปิดล้อม อบต.- ต้าน รง.ยางพารา 150 ล้าน

ศรีสะเกษ - ครู-นักเรียนและชาวบ้าน ลุกฮือชุมนุมปิดล้อม "อบต.จานใหญ่"
อ.กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ ค้านการประชุมสภาฯ
พิจารณาโครงการก่อสร้างโรงงานแปรรูปยางพารา 154 ล้าน
ผวาเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม-มลภาวะเป็นพิษ และผลาญป่าชุมชนกว่า 100 ไร่
ลั่นต่อสู้คัดค้านจนถึงที่สุด ด้านสภา อบต.ไฟเขียวอนุมัติก่อสร้างตามคาด

วันนี้ (23 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่บริเวณด้านหน้าและภายในที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต.) จานใหญ่
จ.จานใหญ่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีครู นักเรียน นักศึกษา
และชาวบ้าน ประมาณ 1,000 คน นำโดย นางสุภาภรณ์ บุญเริ่ม อายุ 61 ปี
มารวมตัวกันเปิดเวทีปราศรัย
แสดงพลังคัดค้านการก่อสร้างโรงงานแปรรูปยางพาราเอสทีอาร์ 20 มูลค่ากว่า
154 ล้านบาท มีกำลังผลิตยางพาราแห้ง 20,000 ตัน/ปี
ในโครงการพัฒนาตลาดและแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่า ตามนโยบายรัฐบาล

ทั้งนี้เนื่องจากเกรงว่าการก่อสร้างโรงงานดังกล่าวจะผลกระทบต่อสิ่ง
แวดล้อม และสร้างมลพิษต่อคนในชุมชน
รวมทั้งน้ำเสียจากโรงงานจะไหลลงลำห้วยขะยุง
ลำน้ำที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันมายาวนาน

โดยทางอบต.จานใหญ่ ได้กำหนดประชุมสภาอบต.จานใหญ่
เพื่อพิจารณาลงมติอนุมัติการก่อสร้างในวันนี้ (23 ก.ค.) ที่ห้องประชุม
อบต.จานใหญ่ ซึ่งมีแกนนำชาวบ้านคณะครู
ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันปราศรัยอย่างต่อเนื่อง และ มี จ.ส.อ.เกริกชัย
ผ่องแผ้ว ปลัดอาวุโสอำเภอกันทรลักษ์
เข้าร่วมฟังการประชุมและดูแลความสงบเรียบร้อย

นางสุภาภรณ์ บุญเริ่ม แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม กล่าวว่า ครู
นักเรียนโรงเรียนบ้านจานทองกวาววิทยา และชาวบ้านในเขต ต.จานใหญ่
ประกอบด้วย บ้านจาน หมู่ที่ 1 ,บ้านทุ่งจาน หมู่ที่ 2 ,
บ้านโนนขามหมู่ที่ 12 ,บ้านสี่แยกหมู่ที่ 6 และบ้านจานใต้ หมู่ที่ 16
ออกมาชุมนุมประท้วงเพื่อคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงงานแปรรูปยางพาราเอสทีอา
ร์ 20 ซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ จะตั้งอยู่ที่บริเวณป่าชุมชนบ้านจาน
ติดกับวิทยาลัยการอาชีพกันทรลักษ์ ทางด้านทิศเหนือ
มีกำลังผลิตยางแห้งประมาณ 20,000 ตัน / ปี วงเงินลงทุน 154.60 ล้านบาท
เพื่อรองรับผลผลิตยางพาราจาก 5 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ร้อยเอ็ด ยโสธร
อุบลราชธานี สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ

นอกจากนี้ยังมีโรงผลิตปุ๋ยสำหรับปลูกยางพาราที่ไม่ได้ระบุอยู่ใน
โครงการที่ยื่นเสนอเพื่อให้ชาวบ้านรับรู้ก่อนดำเนินการก่อสร้างโรงงานอีก
ด้วย

นางสุภาภรณ์ กล่าวต่อว่า
พวกเราคัดคันการก่อสร้างโรงงานดังกล่าวด้วยเหตุผลหลายประการ คือ
1.ที่ดินผืนที่จะตั้งโรงงานแปรรูปยางพารา กว่า 100 ไร่ นั้น
เป็นที่ดินป่าชุมชนบ้านจานที่บรรพบุรุษ
และชาวบ้านได้อนุรักษ์มาเป็นระยะเวลาเกือบ 100 ปีแล้ว
เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

2.การตั้งโรงงานแปรรูปยางพารา
ทำไมไม่ให้เจ้าของพื้นที่ได้มีโอกาสศึกษาผลกระทบถึงข้อดีและข้อเสียอย่างรอบคอบก่อน

3.ทำไมต้องเร่งดำเนินการภายใน 1 สัปดาห์ให้แล้วเสร็จ

4.โรงงานขนาดใหญ่ ไม่ควรตั้งอยู่ใกล้กับสถานศึกษา และชุมชน
เพราะโรงงานส่วนมากมีมลพิษทางอากาศที่ควบคุมไม่ได้
ที่ผ่านมาชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนี้
ก็ได้รับผลจากมลพิษทางอากาศจากโรงงานแป้งมันสำปะหลังอยู่แล้ว เพราะทาง
อบต.จานใหญ่ ได้อนุมัติให้มีการสร้างขึ้น
แล้วยังจะเอาโรงงานแปรรูปยางพารามาทำร้ายชาวบ้านอีก

นางสุภาภรณ์ กล่าวอีกว่า หากยังดื้อรั้นจะสร้างโรงงานให้ได้
ก็ขอให้ไปตั้งโรงงานหมู่บ้านแห่งใหม่ ที่ไกลออกไปจากบริเวณนี้
รวมทั้งการที่บอกว่า
โรงงานอุตสาหกรรมจะมาสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่นและเป็นการกระจายรายได้
สู่ชุมชนนั้น ชาวบ้านเห็นว่าเป็นความเจริญที่มากับมลพิษ และ
ไม่คุ้มกับมลพิษที่ได้รับ

"อีกทั้งการก่อสร้างโรงงานดังกล่าวไม่ได้มีการทำประชาพิจารณ์
ให้ชาวบ้านได้รับทราบแต่อย่างใด
แต่กลับนำเอารายชื่อของชาวบ้านไปให้ใครเซ็นเห็นด้วยก็ไม่ทราบ
ซึ่งหากยืนยันที่จะสร้างโรงงานในบริเวณดังกล่าวให้ได้
พวกเราก็จะต่อสู้คัดค้านต่อไปจนถึงที่สุด" นางสภาภรณ์ กล่าว

ทางด้าน จ.ส.อ.เกริกชัย ผ่องแผ้ว ปลัดอาวุโสอำเภอกันทรลักษ์
จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การก่อสร้างโรงงานยางพาราแห่งนี้
ได้มีการเชิญผู้นำหมู่บ้านในเขตพื้นที่ใกล้เคียงมาทำการประชาพิจารณ์เพื่อขอ
ความเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งปรากฏว่าได้รับความเห็นชอบจากบรรดาผู้นำหมู่บ้านทุกหมู่บ้านให้ทำการก่อ
สร้างได้

ส่วนที่เกรงว่าอาจเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเกิดมลภาวะเป็นพิษ
นั้น จากการที่ตนได้ตรวจสอบรายละเอียดของโครงการแล้วทราบว่าไม่ได้มีการตัดไม้
ทำลายป่าในพื้นที่ก่อสร้างกว่า 100 ไร่แต่อย่างใด แต่จะแผ้วถางเป็นหย่อมๆ
เพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งโรงงานเท่านั้น

"อีกทั้งโรงงานที่จะก่อสร้างนี้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิต
จึงทำให้ไม่เกิดเสียงดังและมีมลภาวะเกิดขึ้น
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของ อ.กันทรลักษ์เป็นอย่างมาก
ทำให้ธุรกิจด้านนี้เติบโตมากขึ้นกว่าเดิม" จ.ส.อ.เกริกชัย กล่าว

ล่าสุด นายสำเนียง ศรีคำ ประธานสภา อบต.จานใหญ่ เปิดเผยว่า
ที่ประชุมสภาอบต.จานใหญ่
ได้มีมติอนุมัติให้ก่อสร้างโรงงานแปรรูปยางพาราดังกล่าว
โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมลงมติ ซึ่งเป็นสมาชิกสภา อบต.จานใหญ่ จำนวน 31 คน
ลงมติเห็นด้วย 18 คน ไม่เห็นด้วย 4 คน และงดออกเสียง 9 คน

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

นายกเล็กเมืองศรีสะเกษนำทีมลุยตลาด-แจกหน้ากากอนามัยพ่อค้าแม่ค้า ปชช.

ศรีสะเกษ - นายกเล็กเมืองศรีสะเกษ นำทีมขนหน้ากากอนามัย
แจกจ่ายพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนในตลาดโต้รุ่ง
เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาจับจ่ายซื้ออาหาร

วันนี้ (21 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดโต้รุ่ง
ถ.ราชการรถไฟ 3 อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายฉัฐมงคล อัคสกุลเกียรติ
นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ ได้นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่
และพนักงานของเทศบาลเมืองศรีสะเกษ
ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับบรรดาพ่อค้า แม่ค้า
และประชาชนทที่มาจับจ่ายซื้อหาอาหารในตลาดแห่งนี้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาจับจ่ายซื้ออาหาร
และกำชับให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าทุกคนสวมหน้ากากอนามัย
ป้องกันเชื้อโรคที่จะติดไปกับอาหารประเภทต่างๆ โดยมี บรรดาพ่อค้า แม่ค้า
และประชาชนชาวศรีสะเกษ รับการแจกหน้ากากอนามัยกันอย่างคึกคัก

นายฉัฐมงคล อัคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองศรีสะเกษ
กล่าวว่า การนำหน้ากากอนามัยมาแจกจ่ายให้กับประชาชนในครั้งนี้
เพื่อรณรงค์ให้พี่น้องประชาชน
ได้ช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
ที่ขณะนี้ได้ระบาดอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว
ซึ่งการร่วมกันป้องกันตั้งแต่แรกถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

โดย เฉพาะอย่างยิ่งทุกคนจะต้องกินของร้อน ใช้ช้อนกลาง
ล้างมือบ่อยๆ และดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี พยายามออกกำลังกายสม่ำเสมอ
พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่เป็นประโยชน์มีคุณค่าต่อร่างกาย
หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่คนแออัด
หากจำเป็นก็ควรใส่หน้ากากอนามัยปิดปากคลุมจมูก
เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและผู้ใกล้ชิดอีกด้วย
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000082498

ปธ.หอฯ ศรีสะเกษวอนรัฐเปิด "อุทยานฯเขาวิหาร" - โอดปิดไม่มีกำหนดทำท่องเที่ยวทรุดหนัก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2552 13:05 น.

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นายศรีวรรณ เกียรติสุรนนท์ ปธ.หอการค้าศรีสะเกษ
ศรีสะเกษ - ประธานหอการค้าศรีสะเกษ โอดปิด "อุทยานฯเขาพระวิหาร"
ทำการท่องเที่ยวทรุดหนัก วอนรัฐบาลเปิดผามออีแดง บนอุทยานฯ
ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมได้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าและการท่อง
เที่ยว จ.ศรีสะเกษ ฟื้นกลับสู่ปกติโดยเร็ว
ชี้ฝ่ายกัมพูชาเปิดให้ต่างชาติและชาวเขมรขึ้นเที่ยวชม "ประสาทพระวิหาร"
โดยตลอด

วันนี้ (22 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรีวรรณ เกียรติสุรนนท์
ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า
จากกรณีที่ขณะนี้ทหารไทยและกัมพูชา
ยังคงตรึงกำลังรอบบริเวณเขาพระวิหารชายแดนไทย-กัมพูชา
และเกิดเหตุปะทะกันหลายครั้งทำให้ต้องสั่งปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
อย่างไม่มีกำหนดนั้นส่งผลให้เศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวของ
จ.ศรีสะเกษ ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก
เพราะอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของ
จ.ศรีสะเกษ และภาคอีสานตอนล่าง
เมื่อปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารทำให้คณะนักท่องเที่ยวพากันเปลี่ยน
โปรแกรมไปเที่ยวแห่งอื่นหมด

ขณะเดียวกัน แม้ชายแดนฝั่งไทยจะปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
แต่ในส่วนของฝั่งประเทศกัมพูชาได้เปิดปราสาทพระวิหารให้นักท่องเที่ยวต่าง
ชาติและชาวกัมพูชาขึ้นมาเที่ยวชมได้โดยตลอด ไม่มีการปิดแต่อย่างใด
ทั้งที่มีการตรึงกำลังระหว่างทหารกัมพูชากับทหารไทยอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว
เช่นกัน

"การ ที่ทางฝ่ายกัมพูชาได้เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมปราสาทพระวิหารได้
เป็นการแสดงว่าทางฝ่ายกัมพูชาเห็นว่าบริเวณที่มีการตรึงกำลังทหารมีความ
ปลอดภัยและเมื่อเร็วๆนี้คณะกรรมาธิการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎรของไทย
ก็ได้มาตรวจเยี่ยมที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
ซึ่งก็ยืนยันว่าบริเวณเขาพระวิหารเหตุการณ์ปกติ ไม่มีปัญหา" นายศรีวรรณ
กล่าว

ดังนั้น จึงเห็นว่ารัฐบาลไทยควรสั่งการให้เปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
ซึ่งตั้งอยู่ในเขตแดนไทยให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมได้
เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวของ จ.ศรีสะเกษ
ให้ฟื้นกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
จะทำให้ผู้ประกอบและประชาชนในท้องถิ่นมีรายได้เหมือนที่ผ่านมา

ครูอนุบาลศรีสะเกษเก็บทองได้กว่าแสนบาท-นำแจ้ง ตร.ส่งคืนเจ้าของ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กรกฎาคม 2552 16:32 น.
ศรีสะเกษ - ครูประจำชั้นอนุบาลโรงเรียนบ้านบกห้วยโนน
อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ เก็บห่อทองคำรูปพรรณ
และทรัพย์สินของผู้ปกครองนักเรียนได้รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท
นำเข้าแจ้งตำรวจส่งคืนเจ้าของ

วันนี้ (22 ก.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่
สภ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ พ.ต.ท.สมใจ กล้วยนิจ พนักงานสอบสวน สภ.ศรีรัตนะ
ได้นำห่อผ้าซึ่งภายในบรรจุ สร้อยคอทองคำรูปพรรณ หนัก 2 บาท ต่างหูทองคำ 2
คู่ เหรียญ ร.5 พระเครื่อง เงินโบราณ และทรัพย์สินมีค่าอีกจำนวนหนึ่ง
รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท ส่งคืนให้กับ นางบัวลี ประทุมวงษ์ อายุ 56 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 5 บ้านบก ต.พิงพวย อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ
ซึ่งเป็นเจ้าของ หลังจากที่ได้ทำหาย
โดยผู้ที่เก็บได้และนำมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ อาจารย์ ประกายแก้ว
สุขรี่ อายุ 40 ปี ครูประจำชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านบกห้วยโนน ต.พิงพวย
อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ

นางบัวลี ประทุมวงษ์ อายุ 56 ปี
เจ้าของห่อทองคำรูปพรรณและทรัพย์สินดังกล่าว เปิดเผยว่า
รู้สึกดีใจมากที่ได้รับทรัพย์สินดังกล่าวคืน
ซึ่งสาเหตุที่ทรัพย์สินทั้งหมดหายไป
สืบเนื่องจากเอาห่อผ้าทองคำรูปพรรณและทรัพย์สินดังกล่าวไปซ่อนไว้ในบริเวณ
ที่นอนของหลานสาว ซึ่งเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านบกห้วยโนน

แต่เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา
ลูกสาวของตนได้นำเอาที่นอนของหลานที่ใช้ไปโรงเรียนอยู่เป็นประจำไปซัก
จึงได้นำเอาที่นอนอีกชุดหนึ่ง
ซึ่งที่ตนเอาห่อผ้าดังกล่าวไปซ่อนไว้ให้หลานนำไปใช้ที่โรงเรียนแทน
โดยที่ไม่มีใครทราบว่าที่นอนดังกล่าวนั้นมีทรัพย์สินอยู่เป็นจำนวนมาก

จนกระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้ไปหาห่อผ้าดังกล่าว
แต่ไม่พบและตกใจมาก จึงได้มาแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีรัตนะ
จนกระทั่งมีผู้เก็บห่อผ้าดังกล่าวได้ แล้วนำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อตน ให้มาดูห่อผ้าดังกล่าว
ซึ่งปรากฏว่าเป็นของตนจริง

ด้าน อ.ประกายแก้ว สุขรี่ ครูประจำชั้นอนุบาล 2
โรงเรียนบ้านบกห้วยโนน ต.พิงพวย อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ
ที่เก็บห่อผ้าทองคำรูปพรรณและทรัพย์สิน ได้เปิดเผย ว่า
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่กำลังตรวจดูความเรียนร้อยภายในห้องเรียน
พบห่อผ้าดังกล่าวว่างอยู่ในที่นอนของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง
จึงได้เปิดดูพบว่า มีตลับทองคำรูปพรรณ และเหรียญต่างๆ
อยู่เป็นจำนวนมากจึงได้เรียกให้เพื่อนครูมาดูเพื่อเป็นพยาน
พร้อมทั้งได้ทำการตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด
และเปิดตลับทองออกดูมีทองคำรูปพรรณเป็นจำนวนมาก

จึงได้นำไปมอบให้ พ.ต.ท.สมใจ กล้วยนิจ พนักงานสอบสวน สภ.ศรีรัตนะ
ลงบันทึกประจำวันและเก็บห่อผ้าไว้ เพื่อรอคืนเจ้าของ
จนกระทั่งได้รับการติดต่อว่ามีผู้มาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของห่อทองคำดังกล่าว
แล้ว ตนจึงได้เดินทางมามอบให้ ซึ่งปรากฏว่า
เป็นผู้ปกครองของเด็กนักเรียนในห้องเรียนที่ตนเป็นครูประจำชั้นอยู่

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ปชช.ร่วมบริจาคยางรถยนต์เก่า - ให้ทหารไทยทำบังเกอร์"เขาวิหาร"

ศรีสะเกษ - ปชช.ร่วมบริจาคยางรถยนต์เก่าให้ทหารที่ตรึงกำลังเขาพระวิหารทำเป็นบังเกอร์
ป้องกันกระสุน-ระเบิดเขมรจำนวนมาก
ขณะสถานการณ์การตรึงกำลังยังคงตึงเครียด เผยเหตุ
ตชด.ปะทะกองกำลังติดอาวุธลอบตัดไม้ชายแดนดับ 2 ศพ ด้าน อ.ขุนหาร
ทำทั้งสองฝ่ายระวังแจ

วันนี้ (16 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่บริเวณรอบเขาพระวิหารชายแดนไทย - กัมพูชา ด้าน อ.กันทรลักษ์
จ.ศรีสะเกษ ทหารไทยและกัมพูชา ยังคงตรึงกำลังเข้มรอบเขาพระวิหารเช่นเดิม
ทั้งนี้ความตึงเครียดส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบมาจากกรณีตำรวจตระเวนชายแดน
(ตชด.) ไทยปะทะกับกองกำลังต่างชาติติดอาวุธลักลอบเข้ามาตัดไม้ในเขตแดนไทยที่บริเวณ
พลาญเตรี๊ยบใกล้ช่องโดนโปติดชายแดนไทย- กัมพูชา ด้าน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
และกองกำลังไม่ทราบฝ่ายเสียชีวิต 2 นาย เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา
ทำให้ขณะนี้ทั้งทหารไทยและกัมพูชามีความระมัดระวังตัวมากขึ้นในการตรึงกำลัง
ที่บริเวณชายแดนเขาพระวิหาร

ขณะเดียวกันที่บริเวณผามออีแดง บนอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
ประชาชนชาวไทยจากทั่วประเทศได้นำยางรถยนต์เก่าไม่ใช้แล้วจำนวนมากส่งมาให้
กับทหารไทยที่ตรึงกำลังอยู่บริเวณเขาพระวิหารเพื่อนำไปใช้ในการทำบังเกอร์
ป้องกันกระสุนปืนและระเบิดจากฝ่ายตรงข้ามหากเกิดการปะทะกันขึ้น

ทั้งนี้ ยางรถยนต์เก่าเหล่านี้สามารถนำเอาไปใช้ทำเป็นบังเกอร์ได้เป็นอย่างดีเนื่อง
จากมีความทนทานสูงเมื่อนำเอามาเรียงเป็นชั้น ๆ
แล้วเอาดินอัดแน่นลงไปจะสามารถป้องกันกระสุนและระเบิดได้อย่างแข็งแรง
มากกว่ากระสอบทราย
ทั้งนี้บังเกอร์ที่ก่อด้วยกระสอบทรายเดิมนั้นใช้งานมากว่า 1 ปีแล้ว
ทำให้เปื่อยยุ่ยฉีกขาดจากการถูกแดดฝน
แต่หากใช้ยางรถยนต์จะสามารถใช้งานได้นานหลายปี

ขณะ นี้ทหารไทยที่ตรึงกำลังบริเวณชายแดนเขาพระวิหาร
ยังคงมีความต้องการยางรถยนต์เก่าจำนวนมากเพื่อนำเอาไปทำบังเกอร์ทดแทนกระสอบ
ทรายที่เปื่อยฉีกขาด
ประชาชนที่ต้องการบริจาคสนับสนุนยางรถยนต์เก่าให้กับทหารไทย
ขอเชิญบริจาคได้ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 บ้านน้ำเย็น
อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หมายเลขโทรศัพท์ 045- 661443

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ผอ.รพ.ศรีสะเกษเร่งรณรงค์ล้างมือสวมหน้ากาก

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by เว็บไซต์สำนักข่าวเนชั่น
นพ. ชาย ธีระสุต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ เป็นประธาน
เปิดโครงการรณรงค์ ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย
ป้องกันเชื้อโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 พร้อมกับปล่อยขบวนเดินรณรงค์
ไปรอบเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ
ซึ่งเป็นกิจกรรมป้องกันและควบคุมการติดเชื้อที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ
ได้จัดขึ้น โดยได้รณรงค์ให้ประชาชน ผู้ป่วย และบุคลากรด้านสาธารณสุข
ล้างมือและใช้หน้ากากอนามัย ป้องกันเชื้อโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009
สร้างความตระหนัก และกระตุ้นส่งเสริม ให้ ให้ประชาชน ล้างมือ
สวมหน้ากากอนามัย ป้องกันและควบคุม การแพร่ระบาดของไข้หวัด 2009
การรณรงค์ในครั้งนี้
ต้องการให้ประชาชนรวมทั้งเจ้าหน้าที่เข้าใจในการป้องกันไข้หวัด
ด้วยการล้างมือและสวมหน้ากาอนามัย เพราะว่าเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ
ในการป้องกันไข้หวัด และการติดต่อ
ซึ่งการติดหวัดส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสทางมือ
ถ้าประชาชนทุกคนมีการล้างมือให้สะอาดและสวมหน้ากากอนามัย
ก็จะลดการติดเชื้อได้มาก ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัด 2009
ในจังหวัดศรีสะเกษ นพ.ชาย เปิดเผยว่า ที่จังหวัดศรีสะเกษพบผู้ป่วยแล้ว
และก็มีการรักษาหายไปแล้วส่วนหนึ่ง และในโรงพยาบาลศรีสะเกษ
ขณะนี้ก็มีผู้ป่วยที่กำลังนอนรักษาตัวอยู่ และถือว่าอาการหนักด้วย
ซึ่งตัวเลขผู้ป่วยโดยรวมทั้งจังหวัดถือว่ามีจำนวนมากทีเดียว
แต่ยังไม่สามารถระบุจำนวนที่ชัดเจนได้
เพราะกลัวว่าประชาชนจะเกิดความสับสน และตื่นตระหนกเกินไป

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ศิษย์ "หลวงปู่เครื่อง" ศรีสะเกษวุ่นแย่งเงินบริจาค-โร่แจ้ง ตร.สอบเงินหาย 2 แสน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 กรกฎาคม 2552 15:02 น.
ศรีสะเกษ - ศิษย์ "หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท" ศรีสะเกษ
วุ่นแย่งเงินบริจาค ฝ่ายมูลนิธิโร่แจ้ง ตร.เข้าตรวจสอบเงินหายไป 2 แสน
ไม่นำเข้าบัญชี "มูลนิธิ" ขณะรักษาการเจ้าอาวาสยันเงินอยู่ครบ
แต่นำเข้าบัญชีวัดอย่างถูกต้อง
แฉเชื่อกลุ่มเสียผลประโยชน์ถูกเลิกสัญญาก่อสร้าง "พุทธวิหารหลวงพ่อใหญ่"
อยู่เบื้องหลัง หวังทำลายฝ่ายตรงข้ามปั่นหัวชาวบ้านให้เกิดความแตกแยก
ด้าน ตร.แนะทั้ง 2 ฝ่ายหันหน้าจับมือร่วมกันพัฒนาวัดตามปณิธาน
"หลวงปู่เครื่อง"

วันนี้ (14 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.อุทุมพรพิสัย
จ.ศรีสะเกษ นายฟื้น บุญช่วย กรรมการมูลนิธิศิษย์หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท
พร้อมด้วย นายพรหมเมฆ ปทุมสูตร ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ต.ไชยา แก้วยก
พนักงานสอบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย เพื่อให้ทำการตรวจสอบเงินจำนวน 2 แสนบาท
ที่ทางศาลจังหวัดกันทรลักษ์ บริจาคให้กับมูลนิธิศิษย์หลวงปู่เครื่อง
สุภัทโท เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2552 ซึ่งทางวัดสระกำแพงใหญ่
ได้ออกใบอนุโมทนาบัตรไว้
และลงชื่อรับเงินโดยกรรมการวัดสระกำแพงใหญ่รายหนึ่ง แต่ปรากฏว่า
เงินจำนวนดังกล่าวไม่มีการนำเข้ากองทุนมูลนิธิศิษย์หลวงปู่เครื่อง
สุภัทโท แต่อย่างใด

นายฟื้น บุญช่วย กรรมการมูลนิธิศิษย์หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท
กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดกันทรลักษ์
ได้นำเงินจำนวน 2 แสนบาท มาบริจาคที่วัดสระกำแพงใหญ่
และทางคณะกรรมการวัดได้ออกใบอนุโมทนาบัตรให้ แต่ปรากฏว่า จนกระทั่งบัดนี้
เงินจำนวน 2 แสนบาท ยังไม่ได้มีการนำมาเข้าบัญชีของมูลนิธิแต่อย่างใด
ซึ่งผ่านมาหลายเดือนแล้ว

"สงสัยว่า เงิน 2 แสนบาทนั้น จะถูกยักยอกไปโดยกรรมการของวัด
จึงได้มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้ทำการตรวจสอบเงิน
จำนวนดังกล่าว และหากพบว่ามีการยักยอกเงินไปจริง
ก็จะให้ตำรวจดำเนินคดีกับกรรมการของวัดทั้งชุด รวมไปถึงรักษาการเจ้าอาวาส
รูปปัจจุบันด้วย" นายฟื้น กล่าว

ด้าน พระมหาชัชวาล โอภาโส รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่
ต.สระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ
ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนใกล้ชิดของหลวงปู่เครื่อง สุภัทโท
กล่าวถึงกรณีการถูกแจ้งความให้ตรวจสอบเงินบริจาคดังกล่าว ว่า
สมัยที่หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท ยังมีชีวิตอยู่
ได้มีปณิธานที่จะสร้างพุทธวิหารหลวงพ่อใหญ่นาคปรกองค์ใหญ่ที่สุดในโลก
เพื่อให้เป็นมรดกของชาวพุทธในอนาคต

โดย ที่ผ่านมาได้มีบรรดาศิษยานุศิษย์บริจาคเงินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
และเดิมทีนั้นเงินที่ได้รับบริจาคมานำจะเข้าบัญชีวัด ชื่อบัญชี
หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท ทั้งหมด
แต่เมื่อมีการก่อตั้งมูลนิธิศิษย์หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท ขึ้น
เงินที่ได้รับบริจาคมา
ก็จะถูกแยกเข้าบัญชีตามแต่ศรัทธาของผู้บริจาคว่าจะบริจาคเพื่อวัตถุประสงค์
ใด

พระมหาชัชวาล กล่าวต่อว่า ในส่วนของเงินจำนวน 2 แสนบาท
ที่ทางกรรมการของมูลนิธิหลวงปู่เครื่อง สุภัทโท
แจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทำการตรวจสอบนั้น ในวันที่ 27
มี.ค.2552 ที่ทางศาลจังหวัดกันทรลักษ์ นำเงิน 2 แสนบาท มาบริจาค
ซึ่งขณะนั้นอาตมาติดภารกิจอยู่ที่กรุงเทพฯ
และทางกรรมการวัดได้โทรศัพท์มาหาว่าจะดำเนินการอย่างไร
อาตมาได้บอกให้รับไว้และออกใบอนุโมทนาบัตรให้แล้วให้นำเงินเข้าบัญชีของวัด
ไว้ ที่ธนาคารกรุงไทย สาขา อ.อุทุมพรพิสัย ชื่อบัญชี หลวงปู่เครื่อง
สุภัทโท ในวันที่ 30 มี.ค.2552 ตามปกติ เหมือนที่เคยปฏิบัติมาทุกครั้ง
เพราะวันที่ 27 มี.ค.นั้นเป็นวันศุกร์นำเงินเข้าบัญชีไม่ทัน

"จนกระทั่งมาทราบในวันนี้ ว่า
ได้มีการแจ้งความให้ตรวจสอบเงินจำนวนดังกล่าวจากทางกรรมการมูลนิธิศิษย์หลวง
ปู่เครื่อง สุภัทโท ขึ้น ซึ่งอาตมายืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
อาตมาและกรรมการของวัด ได้ดำเนินการในเรื่องของเงินบริจาคอย่างตรงไปตรงมา
และมีเป้าหมายว่าจะช่วยกันสานต่อปณิธานของหลวงปู่เครื่อง สุภัทโท
ให้สำเร็จ" พระมหาชัชวาล กล่าว

พระมหาชัชวาล กล่าวอีกว่า สำหรับการแจ้งความให้ตรวจสอบเงินจำนวน 2
แสนบาทในครั้งนี้
ไม่เข้าใจว่าผ่านมาหลายเดือนแล้วทำไมเพิ่งจะมาทักท้วงกัน ทั้งๆ
ที่หลักฐานการรับบริจาคต่างๆ ก็มีให้เห็น
อาจเป็นเพราะมีกลุ่มคนบางกลุ่มต้องการดิสเครดิตอาตมา
และคณะกรรมการของวัดเนื่องจากการเสียผลประโยชน์ในการก่อสร้างพระใหญ่
ซึ่งได้มีการยกเลิกสัญญาไป

ทั้งนี้ เนื่องจากเจ้าภาพใหญ่ที่อำนวยการก่อสร้างพบว่างบประมาณบานปลายไปมาก
และไม่มีความชัดเจนในการก่อสร้าง พร้อมทั้งได้ตั้งงบประมาณไว้สูงถึง
2,900,000 บาท ทั้งที่ในช่วงแรกตั้งงบฯ ไว้แค่ล้านกว่าบาทเท่านั้น
อีกทั้งค่าอุปกรณ์ต่างๆ ทางวัดล้วนแต่เป็นผู้จัดหาให้ทั้งสิ้น
จึงได้ยกเลิกสัญญาและจัดหาช่างชุดใหม่จาก จ.พิษณุโลก มาทำแทน

"เรื่อง นี้อาจทำให้กลุ่มคนดังกล่าวไม่พอใจ
เนื่องจากฝังตัวและทำธุรกิจในวัดมานานจึงสร้างเรื่องขึ้นมาและปั่นหัวชาว
บ้านให้เกลียดชังอาตมาและคณะกรรมการของวัด แต่อย่างไรก็ตาม
อาตมาก็พร้อมที่จะให้ตรวจสอบทุกเมื่อ" พระมหาชัชวาล กล่าว

ทางด้าน ร.ต.ต.ไชยา แก้วยก พนักงานสอบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย
กล่าวว่า แนวทางในการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น
เมื่อมีผู้แจ้งความร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว
ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ถือว่าเป็นคดีอาญาแต่อย่างใด
เนื่องจากทางกรรมการของวัดก็ได้มีการยืนยันว่าเงินจำนวนดังกล่าวได้นำเข้า
บัญชีจริงและมีหลักฐานแสดงให้ดูแล้ว

ส่วนทางกรรมการของมูลนิธิที่เข้าแจ้งความ ก็ยังยืนยันว่า
เงินจำนวนดังกล่าวจะต้องเข้าบัญชีของมูลนิธิฯ เนื่องจากในใบอนุโมทนาบัตร
และ วัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ลงไว้ว่า เข้ามูลนิธิศิษย์หลวงปู่เครื่อง
สุภัทโท

อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัดเจนนั้น ทางกรรมการของวัด
กำลังตรวจสอบไปยังผู้บริจาคว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงของการบริจาค
ต้องการเข้ามูลนิธิ หรือ เข้าวัดกันแน่
และหากทางเจ้าของเงินยืนยันว่าต้องการนำเงินเข้ามูลนิธิฯ
ทางคณะกรรมการของวัดก็จะนำเงินจำนวนดังกล่าวมาเข้าบัญชีของมูลนิธิ ต่อไป

"ใน เรื่องนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายควรจะหันหน้ามาคุยกันอย่างเป็นมิตร
เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดคุยกันเลย
อีกทั้งสำนักงานก็ตั้งอยู่คนละฝั่ง
ควรที่จะจับมือกันเพื่อร่วมกันพัฒนาวัด
พัฒนาพระพุทธศาสนาและร่วมกันสร้างปณิธานของหลวงปู่เครื่องที่ชาวศรีสะเกษ
เคารพรักและศรัทธา ให้สำเร็จลุล่วงต่อไปจะดีกว่า" ร.ต.ต.ไชยา กล่าว

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ศรีสะเกษคุมเข้มหมู่บ้านชายแดนเขมร หลัง ตชด.ปะทะกองกำลังลอบตัดไม้ดับ 2 ศพ

ศรีสะเกษ - ระดมกำลัง ตร.สภ.ขุนหาญ ร่วม "ตชด." และ
ชาวบ้านชุดรักษาความสงบเรียบร้อยฯ
ลาดตระเวนคุมเข้มรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านชายแดนป้องกันฝ่ายตรงข้ามบุกก่อ
เหตุร้าย หลัง ตชด.ปะทะกองกำลังติดอาวุธแต่งกายทหารเขมรลอบตัดไม้ดับ 2 ศพ
พร้อมขนทหารติดอาวุธ 30 นายประชิดชายแดนไทย ล่าสุด ผกก.ตชด.22 นำกำลัง
ตชด. เข้าตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุพบตัดไม้หวงห้ามเป็นบริเวณกว้าง
ด้านผู้ว่าฯ นำคณะรุดลงพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่
2242 ปะทะกับกองกำลังติดอาวุธแต่งกายคล้ายทหารเขมรลักลอบเข้ามาตัดไม้เขตแดนไทย
ที่บริเวณพลาญเตรี๊ยบ บ้านซำปิกา ต.ห้วยจันทน์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
ห่างจากช่องโดนโป ชายแดนไทย-กัมพูชา ราว 1 กิโลเมตร (กม.) บ่ายวานนี้ (11
ก.ค.) ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิต 2 ศพ และตชด.ไทยได้ยึดอาวุธปืนอาก้า 1
กระบอก พร้อมเลื่อยยนต์ 2 เครื่อง ขณะที่ทหารกัมพูชาประมาณ 30 นาย
ได้ยกกำลังพร้อมอาวุธครบมือบุกประชิดชายแดนไทย
เพื่อเจรจาขออาวุธปืนอาก้าและเลื่อยยนต์รวมทั้งศพผู้เสียชีวิตกลับคืน
แต่ยังไม่มีข้อยุติ นั้น

ล่าสุด วันนี้ (12 ก.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.อ.ภัทรพล
ผ่องแผ้ว ผู้กำกับการกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 จ.อุบลราชธานี
พร้อมด้วย พ.ต.ท.นพรัตน์ กองเมืองปัก ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจ ตชด.ที่
224 ได้นำกำลัง ตชด.
พร้อมอาวุธครบมือขึ้นไปตรวจสอบบริเวณจุดที่มีการปะทะกัน

เบื้องต้นพบว่า ต้นไม้หวงห้ามบริเวณดังกล่าวถูกตัดกองไว้เป็นท่อนๆ
กระจายอยู่หลายจุดครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่
ตชด.ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากเนื่องจากเกรงว่าทหารกัมพูชาอาจวาง
กับดักเอาไว้ แต่ไม่พบทหารกัมพูชาตรึงกำลังอยู่ที่บริเวณที่มีการปะทะกันแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ในวันเดียวกันนี้ ( 12 ก.ค.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า
นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย พล.ต.สมพงษ์
ทองวีระประเสริฐ ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ พ.ต.อ.วัฒนา เงินหมื่น รอง
ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ จะเดินทางมาตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ
เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขุนหาญ และ ตชด.ที่ 2242 รวมทั้ง
ชุดรักษาความสงบเรียบร้อยประจำหมู่บ้าน
ได้สนธิกำลังร่วมกันลาดตระเวนรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยภายใน
บริเวณหมู่บ้าน ห้วยจันทน์ หมู่ 4 , หมู่ 5 ต.ห้วยจันทน์ อ.ขุนหาญ
จ.ศรีสะเกษ อย่างเข้มงวดตลอดคืนที่ผ่านมา
เพื่อป้องกันกองกำลังไม่ทราบฝ่ายบุกเข้ามาก่อเหตุร้ายขึ้น

นายซำเซ็ง ศรีภักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านห้วยจันทน์
ต.ห้วยจันทน์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
หัวหน้าชุดรักษาความสงบเรียบร้อยประจำหมู่บ้าน กล่าวว่า
จากการที่ได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ ตชด.ที่ 2242
ทราบว่าทหารกัมพูชาประมาณ 30 นาย
ได้รุกล้ำเข้ามาถึงฐานปฏิบัติการภูพะยอมบ้านซำปิกา
ต.ห้วยจันทน์และทั้หงมดได้พักอยู่ที่ฐานปฏิบัติการแห่งนี้
ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของหน่วยรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยตาจู ขณะที่กำลัง
ตชด.ที่ 2242 ได้เฝ้าตรึงกำลังสกัดกั้นตามเส้นทางที่จะเข้ามาสู่หมู่บ้านห้วยจันทน์
แต่กองกำลังฝ่ายกัมพูชาไม่ได้มีการเคลื่อนกำลังรุกเข้ามาอีกแต่อย่างใด

"ส่วน พวกเราได้รับมอบหมายให้ประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนไม่ให้เข้าไปใกล้กับเขตที่
มีการปะทะกัน และ เฝ้ารักษาความปลอดภัยภายในบริเวณหมู่บ้านนี้
รวมทั้งห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นไปที่บริเวณจุดที่มีการปะทะ
กันอย่างเด็ดขาด" นายซำเซ็ง กล่าว

ตชด.ศรีสะเกษปะทะเดือดแก๊งลอบตัดไม้เขตไทย - ชายแต่งกายทหารเขมรดับ 2 ศพ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 กรกฎาคม 2552 13:15 น.
ศรีสะเกษ - ตชด.ศรีสะเกษปะทะเดือด
แก๊งแต่งกายทหารเขมรลักลอบเข้ามาตัดไม้ในเขตแดนไทย ด้าน อ.ขุนหาญ
ฝ่ายเขมรดับคาที่ 2 ศพ พร้อมยึดของกลางเลื่อยยนต์และปืนอาก้า
ด้านกองกำลังคล้ายทหารกัมพูชากว่า 30 นาย
พร้อมอาวุธครบมือบุกประชิดชายแดนไทย
ยื่นเจรจาขออาวุธปืน-เลื่อยยนต์และศพผู้เสียชีวิตคืน ล่าสุด กกล.สุรนารี
นำกำลังทหาร-ตชด.เข้าเคลียร์พื้นผลักดันล่าถอยกลับไป


ผู้สื่อข่าวรายงานจังหวัดศรีสะเกษว่า ช่วงบ่ายวานนี้ (11 ก.ค.)
ร.ต.ต.อาคม แช่ภู่ ผบ.หมวดตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 2242
ฐานปฏิบัติการตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณน้ำตกห้วยจันทน์ ต.ห้วยจันทน์
อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ สืบทราบว่า ที่บริเวณพลาญเตรี๊ยบ ใกล้บ้านซำปีกกา
ติดกับแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้าน อ.ขุนหาญ
มีกลุ่มชายฉกรรจ์แต่กายคล้ายทหารกัมพูชาลักลอบเข้ามาตัดไม้หวงห้ามในเขตแดน
ไทย จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.จำนวน 9 นาย
พร้อมด้วยอาวุธปืนครบมือเข้าไปตรวจสอบที่บริเวณเกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบมีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งประมาณ 6 คน
แต่งกายคล้ายทหารกัมพูชา กำลังพากันใช้เลื่อยยนต์ 6 เครื่อง
เลื่อยต้นไม้พยุงอยู่หลายสิบต้น จึงได้แสดงตัวเพื่อเข้าทำการจับกุม
แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งคาดว่าเป็นทหารกัมพูชา
ได้ใช้อาวุธปืนอาก้ายิงถล่มเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ตชด.
จึงได้เกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 10 นาที
และขณะที่ยิงปะทะกันกลุ่มแต่งกายคล้ายทหารกัมพูชาได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในเขต
กัมพูชาหลายคน

หลังจากเสียงปืนสงบลงกำลัง
ตชด.เข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุพบว่ามีไม้หวงห้ามหลายชนิดถูกตัดโค่นลงเป็น
บริเวณกว้างหลายสิบต้น
และพบชายชาวกัมพูชาแต่งกายคล้ายทหารกัมพูชาถูกยิงเสียชีวิตคาที่ 2 ศพ
โดยมีอาวุธปืนอาก้าวางอยู่ใกล้ศพ 1 กระบอก พร้อมกระสุนหลายนัด
และพบเลื่อยยนต์จำนวน 2 เครื่อง จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้

จากนั้นขณะที่กำลังตรวจสอบพื้นที่อยู่นั้น
ได้มีกองกำลังคล้ายทหารกัมพูชาจำนวนประมาณ 30 คน
พร้อมด้วยอาวุธปืนครบมือพากันบุกเข้ามาบริเวณเกิดเหตุ ร.ต.ต.อาคมเห็นว่า
กำลังน้อยกว่าจึงได้ล่าถอยเข้ามาที่ฐานปฏิบัติการน้ำตกห้วยจันทน์
พร้อมทั้งรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ พ.ต.ท.นพรัตน์ กองเมืองปัก
ผบ.ร้อย ตชด. 224 ได้ทราบ และนำกำลังมาเสริมที่บริเวณน้ำตกห้วยจันทน์

ต่อมาเวลาประมาณ 17.30 น.วันเดียวกัน
ได้มีนายทหารกัมพูชานายหนึ่งติดต่อเข้ามา
เพื่อขอเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ตชด.โดยแจ้งขออาวุธปืนอาก้าและเลื่อยยนต์รวมทั้งศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2
นาย คืน แต่พ.ต.ท.นพรัตน์ ได้มีการประชุมหารือกับ นายณรงค์ศักดิ์
พละศักดิ์ นายอำเภอขุนหาญ
ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องนี้เพราะได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้หน่วยเหนือทราบ
แล้วเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
ทั้งนี้เนื่องจากเป็นการปะทะกันกับทหารกัมพูชาซึ่งแอบลักลอบเข้ามาตัดไม้ใน
เขตแดนไทย ซึ่งถือว่าเป็นรุกล้ำเขตแดนละเมิดอธิปไตยประเทศไทย

ล่าสุด วันนี้ (12 ก.ค.) พล.ต.ชวลิต ชุนประสาน
ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี (ผบ.กกล.สุรนารี) ได้นำกำลังทหารพร้อมด้วย
ตชด. เข้าเคลียร์พื้นที่ที่เกิดเหตุดังกล่าวพร้อมประสานให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่
เสี่ยง ซึ่งล่าสุดกองกำลังไม่ทราบฝ่ายแต่งกายคล้ายทหารกัมพูชากว่า 30
นายดังกล่าวได้ถูกผลักดันล่าถอยออกไปจากเขตชายแดนไทยแล้ว

สสจ.ศรีสะเกษ รณรงค์งดสูบบุหรี่ ลดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ในงานมหกรรมวันคุ้มครองผู้บริโภคและสัปดาห์เภสัชกรรม ปี 52

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
สำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ รณรงค์งดสูบบุหรี่
ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ในงานมหกรรมวันคุ้มครองผู้บริโภคและสัปดาห์เภสัชกรรม ปี 2552 วันนี้ (12
ก.ค.52) ที่บริเวณศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาศรีสะเกษ นายแพทย์ประวิ
อ่ำพันธุ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ
เป็นประธานเปิดงานมหกรรมวันคุ้มครองผู้บริโภคและสัปดาห์เภสัชกรรม ปี 2552
โดยกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ
ร่วมกับกลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลศรีสะเกษ โรงพยาบาลชุมชน
และสาธารณสุขอำเภอ ทุกแห่ง ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อรณรงค์การงดสูบบุหรี่
การลด ละ การบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
รวมถึงการรณรงค์ใช้ยาอย่างปลอดภัย กิจกรรมประกอบด้วย
การจัดขบวนพาเหรดรณรงค์เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
จากหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ การประกวดนักเรียน อย.น้อย
,การประกวดเรียงความ เรื่องเภสัชกร ห่วงใย ความปลอดภัย การใช้ยา ,
การประกวดหางเครื่อง, การประกวดคำขวัญรณรงค์สัปดาห์คุ้มครองผู้บริโภค ,
การประกวดร้องเพลง, การแข่งขันวาดภาพระบายสี ,การแข่งขันวอล์กแรลลี่
และการจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคและเกี่ยวกับการ
ใช้ยา พร้อมการละเล่นบนเวที

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

กองทัพทุ่มงบฯ 20 ล้านสร้างบังเกอร์ทหารไทยชายแดนเขมร

ศรีสะเกษ - กองทัพทุ่มงบฯ 20 ล้าน
สร้างบังเกอร์ให้ทหารไทยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะแม่ทัพภาคที่ 2
ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของชาติ
เขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ

วันนี้ (9 ก.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) และคณะ
ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ
ตาม แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
พร้อมตรวจสภาพบังเกอร์ ที่ทางกองทัพทุ่มงบประมาณ 20 ล้านบาท
ก่อสร้างขึ้นตลอดแนวชายแดนไทย - กัมพูชาบนเขาพระวิหาร
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขวัญกำลังใจกับทหารไทยในการปฏิบัติหน้าที่ปก
ป้องอธิปไตยของชาติ

พร้อมกันนี้ได้มอบ เครื่องอุปโภค บริโภค ยารักษาโรคและผลไม้
ให้กับทหารไทยด้วย โดยมี พล.ต.ชวลิต ชุนประสาน
ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้การต้อนรับ

พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า
การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ทหารไทยที่ปฏิบัติ
หน้าที่ป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา และบริเวณเขาสัตตะโสม
ที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติด้วยความกล้าหาญ
และเสียสละเพื่อคนไทยทั้งชาติ

โดยเฉพาะในห้วงนี้ เป็นฤดูฝน
ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้มีความห่วงใยต่อสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพล
โดยเฉพาะในเรื่องของ โรคไข้มาลาเลีย และไข้หวัด
จึงได้ฝากตนมาช่วยกำชับหน่วยแพทย์ทหารให้ดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจาก
นั้นยังได้เน้นย้ำให้ทหารทุกนายมีความอดทน อดกลั้น มีระเบียบวินัย
และปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด
ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ
ให้แก่ทหารหาญและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศตามแนวชายแดนไทย
-กัมพูชาเป็นอย่างดี

"สำหรับ บังเกอร์คอนกรีต ที่ทางกองทัพได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 20
ล้านบาท จัดสร้างขึ้นตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในครั้งนี้
เพื่อปรับปรุงที่พักให้สามารถป้องกันฝนได้ มีความปลอดภัย
มีความมั่นคงแข็งแรงมากขึ้น
เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่" พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์
กล่าว

สสจ.ศรีสะเกษเผยพบผู้ป่วยหวัด 2009 แล้ว 4 ราย

ศรีสะเกษ - นายแพทย์
สสจ.ศรีสะเกษเผยพบผู้ป่วยติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้ว 4 ราย
แต่อาการไม่รุนแรง แพทย์ให้การรักษาและให้กลับไปพักพื้นอยู่ที่บ้าน
แต่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (9 ก.ค.) นพ.ประวิ อ่ำพันธุ์
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า
ล่าสุดขณะนี้ได้รับรายงานจากโรงพยาบาลหลายแห่งในเขตพื้นที่
จ.ศรีสะเกษว่าได้ทำการตรวจพบผู้ป่วยซึ่งมีอาการป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สาย
พันธุ์ใหม่ 2009 แล้วรวมทั้งสิ้น 4 ราย
โดยผู้ป่วยทั้งหมดล้วนแต่ติดเชื้อโรคมาจากจังหวัดอื่น เช่น
ผู้ป่วยที่อยู่ในเขต อ.ราษีไศล
ติดเชื้อเนื่องจากเพิ่งกลับมาจากการไปทำงานที่ จ.ภูเก็ต

ผู้ป่วยที่ อ.กันทรลักษ์
เป็นนักเรียนที่เพิ่งกลับมาจากการไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนชื่อดังกรุงเทพฯ
และโรงเรียนได้สั่งปิดการเรียนการสอนอยู่ในขณะนี้
เนื่องจากตรวจสอบพบมีนักเรียนติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
ส่วนผู้ป่วยในเขต อ.ขุขันธ์ และ อ.อุทุมพรพิสัย อำเภอละ 1 ราย
ก็ติดเชื้อมาจากจังหวัดอื่นเช่นกัน

นพ.ประวิ กล่าวต่อว่า ผู้ป่วยทั้ง 4 ราย
ข้างต้นมีอาการป่วยไม่รุนแรง
แพทย์ได้นำเอาตัวอย่างเนื้อเยื่อของผู้ป่วยทั้ง 4 ราย
ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์จังหวัดอุบลราชธานีแล้ว

ผลการตรวจพิสูจน์พบว่าเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 จริง
และแพทย์ได้ทำการตรวจรักษาพยาบาลตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขเรียบร้อย
แล้ว ขณะนี้ได้อนุญาตให้ผู้ป่วยทั้ง 4 ราย กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้
โดยแพทย์ได้ทำการเฝ้าระวังและติดตามผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดไปยังผู้อื่นต่อไป

"จึงขอฝากเตือนไปยังประชาชนชาวศรีสะเกษว่าหากมีอาการผิดปกติคล้ายกับ
อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ควรรีบไปพบแพทย์ใกล้บ้าน
เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุด เนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่
2009 ทำให้ผู้ป่วยมีอันตรายถึงกับเสียชีวิตได้" นพ.ประวิ กล่าว

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ชาวศรีสะเกษเชื้อสายเขมรโบราณ ร่วมจัดงานแห่เทียนพรรษายิ่งใหญ่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 กรกฎาคม 2552 22:11 น.
ศรีสะเกษ - ชาวไทยเชื้อสายเขมรโบราณ อ.ขุนหาญ ศรีสะเกษ
ร่วมจัดงานแห่เทียนเข้าพรรษายิ่งใหญ่
เน้นการใช้วัสดุพืชผลการเกษตรในท้องถิ่นมาประดับต้นเทียนอย่างสวยงามตระการ
ตา ประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่ชมคับคั่ง

ช่วงบ่ายวันนี้ (7 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านกันทรอม
ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา นายไสว ไชยสุวรรณ
ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุนหาญ เป็นประธานเปิดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา
ประจำปี 2552 ที่ เทศบาลตำบลกันทรอม ร่วมกับทุกภาคส่วนและประชาชน
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายเขมรโบราณ ได้จัดขึ้น

ทั้งนี้เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยและสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คง
อยู่ตลอดไป โดยมีขบวนแห่ต้นเทียนซึ่งประดับตกแต่งต้นเทียนด้วยวัสดุในท้องถิ่น
ทั้งพืชผลทางการเกษตร จำพวกใบตองและดอกไม้ ผลไม้ต่าง ๆ
อย่างสวยงามตระการตา จากชุมชนและหมู่บ้านต่าง ๆ
ส่งเข้าประกวดแข่งขันและร่วมขบวนแห่เป็นจำนวนมาก
ท่ามกลางมีประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานและชมขบวนแห่เทียนพรรษากันอย่าง
คึกคัก

นายไสว ไชยสุวรรณ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุนหาญ กล่าวว่า
ตำบลกันทรอมเป็นตำบลขนาดใหญ่และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีแบบเขมรโบราณมานานหลาย
ชั่วอายุคน ซึ่งในงานเทศกาลเข้าพรรษาในปีนี้
ชาวบ้านกันทรอมซึ่งส่วนมากเป็นชาวไทยเชื้อสายเขมรโบราณจึงได้ร่วมแรงร่วมใจ
กันจัดงานสืบทอดประเพณีแห่เทียนเขาพรรษาขึ้น
แต่แทนที่จะตกแต่งต้นเทียนด้วยเทียนล้วน ๆ เหมือนกับหลายแห่งทั่วประเทศ
ชาวบ้าน ต.กันทรอม 13 หมู่บ้านได้ร่วมกันนำเอาวัสดุใบตอง และ
พืชผลทางการเกษตร มาตกแต่งขบวนแห่อย่างสวยสดงดงาม

อีก ทั้งขบวนแห่ที่สวยงามทุกขบวนนั้นล้วนแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณีของชาว
ไทยเชื้อเขมรโบราณ เช่น การรำแม่มด การรำตรด
การรณรงค์ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009-ไข้เลือดออก และ
ขบวนแห่ที่แสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขมรโบราณที่ยังคงอาศัยอยู่
ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

นายทิพย์ เลิศศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกันทรอม กล่าวว่า
การจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาปีนี้ยิ่งใหญ่และมีความแตกต่างหลาก
หลายกว่าทุกปีที่ผ่านมา
เนื่องจากเน้นการใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาตกแต่งต้นเทียน
ซึ่งแต่ละขบวนใช้เงินไม่มากแต่มีความสวยงามตระการตา
อีกทั้งนางงามต้นเทียนประจำรถก็เป็นลูกหลานชาวกันทรอมจากทุกหมู่บ้านทุก
ชุมชนที่ได้ทุ่มเทจัดทำต้นเทียน
และขบวนแห่มาเข้าร่วมงานปีนี้กันอย่างคึกคักมากและสวยงามกว่าทุกปีที่ผ่านมา


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000076838

นักท่องเที่ยวไม่หวั่นชายแดนเขาวิหารระอุ - หลั่งไหลร่วมแรลลี่ชมของดีศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ - นักท่องเที่ยวทั่วประเทศไม่หวั่นชายแดนร้อนทหารไทย-กัมพูชา
ตรึงกำลังเข้มเขาพระวิหาร หลั่งไหลเข้าร่วมแข่งขันแรลลี่
"ชิมผลไม้ชมของดีศรีสะเกษ" ชิงถ้วยรางวัลนายกฯมาร์ค ด้าน "เสถียร ทำมือ"
นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดังชาวศรีสะเกษนำครอบครัวร่วมแข่งขันด้วย

วันนี้ (5 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายระพี
ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันแรลลี่ชิมผลไม้ชมของดีศรีสะเกษ ประจำปี
2552 ตอนเที่ยวครบรสที่ศรีสะเกษ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
ศรีสะเกษ ได้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และประชาสัมพันธ์แหล่ง
ท่องเที่ยวรวมทั้งแหล่งผลิตผลทางการเกษตร จ.ศรีสะเกษ
เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น ซึ่งมี นายวิชิต ไตรสรณกุล
นายกอบจ.ศรีสะเกษ เป็นผู้กล่าวรายงานและนำคณะข้าราชการ พ่อค้า
ประชาชนชาวศรีสะเกษ รวมทั้งผู้แข่งขัน เข้าร่วมอย่างคึกคัก

โดยมีบรรดานักธรุกิจ ประชาชน และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวศรีสะเกษ
จากทั่วประเทศนำครอบครัวพร้อมรถยนต์ส่วนตัวเข้าร่วมการแข่งขันรวมจำนวน
127 คัน ซึ่งรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศจาก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท
ชนะเลิศลำดับที่ 2 รับถ้วยเกียรติยศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
พร้อมเงินรางวัล 3,000 บาท และ ชนะเลิศอันดับที่ 3
รับถ้วยรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
พร้อมเงินรางวัล 2,000 บาท

นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า
ขณะนี้แม้ว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร
จะมีการตรึงกำลังทหารระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา
แต่ทุกอย่างยังอยู่ในสภาวะปกติไม่ได้มีการสู้รบเกิดขึ้นแต่อย่างใด
ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ จ.ศรีสะเกษ
ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
ดังนั้นทางจังหวัดศรีสะเกษร่วมกับอบจ.ศรีสะเกษ
จึงได้จัดการแข่งขันแรลลี่ชมของดีศรีสะเกษขึ้น
เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของการจัดงานเทศกาลเงาะ
ทุเรียนและของดีจังหวัดศรีสะเกษ ประจำปี 2552 ระหว่าง 3 - 9 ก.ค.นี้
ที่บริเวณสนามกีฬาศูนย์การท่องเที่ยวและกีฬา จ.ศรีสะเกษ
เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของ จ.ศรีสะเกษ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ใน การจัดแข่งขันแรลลี่ในครั้งนี้
"เสถียร ทำมือ" นักร้องนักแต่งเพลงเพื่อชีวิตชื่อดังชาวจ.ศรีสะเกษ
ได้นำครอบครัวมาเข้าร่วมการแข่งขันด้วย โดย เสถียร กล่าวว่า
เพื่อเป็นการร่วมกันประชาสัมพันธ์ จ.ศรีสะเกษ
ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั่วประเทศและทั่วโลกด้วย

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เปิดงาน "เงาะทุเรียนของดีศรีสะเกษ" คึกคัก-ฮือฮา! ขบวนรถแห่ผลไม้แพนด้ายักษ์

ศรีสะเกษ - เริ่มแล้ว "งานเทศกาลเงาะ-ทุเรียนและของดีศรีสะเกษ ปี
2552" ขบวนแห่รถตกแต่งผลไม้และขบวนวัฒนธรรม 4 เผ่าไทย
เข้าร่วมประกวดอย่างยิ่งใหญ่สวยงามตระการตาหลายสิบขบวน
พร้อมรณรงค์ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ฮือฮาขบวนผลไม้หมีแพนด้ายักษ์
ระบุ ศรีสะเกษเป็นแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพรวมพื้นที่ 5,000 ไร่
สร้างรายได้ปีละกว่า 100 ล้าน

วันนี้ (3 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานเทศกาลเงาะ-ทุเรียน
และของดีศรีสะเกษ ประจำปี 2552 ได้เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
ที่บริเวณสนามหน้าสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.ศรีสะเกษ
และสวนเกษตรต่างๆ โดยมี นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ
เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งงานจะมีไปจนถึงวันที่ 9 ก.ค.นี้

ทั้งนี้ ในพิธีเปิดได้จัดให้มีการประกวดขบวนแห่รถตกแต่งด้วยผลไม้
และขบวนแห่ทางวัฒนธรรม 4 เผ่าไทย อย่างยิ่งใหญ่สวยงามตระการตา
ซึ่งอำเภอต่างๆ ได้ตกแต่งรถขบวนแห่ด้วยผลไม้เงาะ ทุเรียน
และผลิตผลทางการเกษตรอย่างสวยงามมาเข้าร่วมประกวดหลาย 10
ขบวนรวมทั้งบรรดาเด็กนักเรียนได้จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
2009 เพื่อสร้างความเข้าใจและปลุกจิตสำนึกประชาชนได้ร่วมกันรณรงค์ป้องกันโรคไข้
หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้วย
และที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษเห็นจะขบวนรถผลไม้หมีแพนด้าขนาดใหญ่
ท่ามกลางมีประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ และ นักท่องเที่ยว
เข้าร่วมและเที่ยวชมงานครั้งนี้กันเป็นจำนวนมาก

โดยงานงานเทศกาลเงาะ-ทุเรียนและของดีศรีสะเกษ ครั้งนี้
ยังได้จัดกิจกรรม แรลลี่ทัวร์สวนเกษตรตามรอยอารยธรรมขอมโบราณ (ผามออีแดง
และปราสาทสระกำแพงใหญ่), การประกวดธิดาชาวสวน,
การประกวดวงดนตรีลูกทุ่งและประกวดร้องเพลง,
การประกวดและจำหน่ายเงาะทุเรียน และผลผลิตทางการเกษตร สินค้าชุมชน,
การแสดงศิลปวัฒนธรรม 4 เผ่าไทย และ การแสดงบันเทิงต่างๆ

รวมทั้งกิจกรรมทัวร์สวนเกษตร 50 บาท "อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน"
ซึ่งทุกคนจะได้รับความรู้ด้านการเกษตร พร้อมเลือกชิมผลไม้ชนิดต่างๆ
ในสวนแบบเต็มที่เพียงแค่ห้ามห่อกลับบ้านเท่านั้น

นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า
จ.ศรีสะเกษ เป็นแหล่งผลิตผลไม้เพื่อการส่งออกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย
สามารถปลูกเงาะ ทุเรียนมีคุณภาพสูงเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยมีพื้นที่การปลูกประมาณ 5,000 ไร่ รวมมูลค่าผลผลิตปีละกว่า 100
ล้านบาท และยังมีผลไม้ที่ผลิตได้คุณภาพอีกจำนวนมาก เช่น สะตอ องุ่น
ฟักทอง ข้าวโพดหวาน มังคุด ฝรั่ง ลำไย ลองกอง และ กระท้อน เป็นต้น

"จังหวัดศรีสะเกษ
จึงได้จัดให้มีงานเทศกาลเงาะ-ทุเรียนและของดีศรีสะเกษ ขึ้นเป็นประจำทุกปี
และปีนี้นับเป็นปีที่ 16 แล้ว" นายระพี กล่าว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000075637

จ.ศรีสะเกษ เปิดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน ตามนโยบายพัฒนาสถานีอนามัย

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by กรมประชาสัมพันธ์
นาย แพทย์ประวิ อ่ำพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดศรีสะเกษ กลาวว่า
ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะให้มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพในระดับตำบล
เพื่อดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ในวันนี้ (1 ก.ค.52)
จังหวัดศรีสะเกษ
จึงได้เปิดป้ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและให้บริการรูปแบบโรงพยาบาล
หลายแห่ง อาทิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลจะกง ตำบลกันทรารมย์ อำเภอขุขันธ์
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกุง อำเภอศิลาลาด โดยจังหวัดศรีสะเกษได้เปิด
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ไปแล้วหลายตำบล
และมีกำหนดเปิดให้ครบทุกอำเภอ